ตะวันค่อย ๆ คล้อยไปทางตะวันตก แสงในร้านกาแฟเปลี่ยนจากสว่างจ้าของยามบ่ายเป็นสีส้มอบอุ่น
กู้เจียวเจียวทำงานมาตลอดบ่ายจนมือเมื่อย ขาก็เมื่อยไปหมด
บางครั้งสวยเกินไปก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องดี ลูกค้าหน้าใหม่แทบทั้งหมดตั้งใจมาหาเธอ ทั้งถ่ายรูป แอบมอง หรือแกล้งถามทางเพื่อชวนคุย ทำให้เธอต้องยุ่งไม่หยุดตลอดบ่าย
แต่ทางร้านจ่ายค่าแรงให้สูงขนาดนี้ แถมทำแค่สามชั่วโมง หลับตาแป๊บเดียวก็ผ่านไปแล้ว
เสียงแตรรถดังขึ้นสองครั้งจากหน้าร้าน
กู้เจียวเจียวชะโงกหน้าออกมาจากหลังเคาน์เตอร์เก็บเงิน เห็นรถเบนท์ลีย์สีขาวของเวินจิ่งเช่อจอดอยู่ริมถนน กระจกรถเลื่อนลง เขากำลังโบกมือเรียกเธอ
เธอทักเพื่อนร่วมงานในร้าน ก่อนถอดผ้ากันเปื้อนแล้วเดินออกไปเปิดประตูขึ้นนั่งที่เบาะข้างคนขับ
“เป็นยังไงบ้างเจียวเจียว ปรับตัวได้ไหม?”
“อืม ได้อยู่ ไม่ยากค่ะ”
“งั้นก็ดีแล้ว” เวินจิ่งเช่อติดเครื่องรถ ก่อนเหลือบมองเธอ “หิวหรือยัง อยากกินอะไร?”
“อะไรก็ได้ ฉันกินง่ายค่ะ”
“งั้นไปกินอาหารเกาหลีดีไหม?”
กู้เจียวเจียวพยักหน้า “ได้ค่ะ”
รถแล่นเข้าไปปะปนกับการจราจรยามเย็น สิบกว่านาทีต่อมาก็มาจอดหน้าร้านอาหารเกาหลีสไตล์หรูหรา ร้านตกแต่งอย่างประณีต แสงไฟสีเหลืองนวลส่องออกมาจากหน้าต่างบานใหญ่ กลิ่นเนื้อย่างหอมกรุ่นลอยอบอวลอยู่ในอากาศ
ทั้งคู่เพิ่งนั่งลง ก็มีคนสองคนเดินเข้ามาในร้าน
เวินจิ่งเช่อเงยหน้ามอง เห็นแล้วก็รีบยกมือทัก “พี่ซาง! ทางนี้!”
ซางจิ้นเหยี่ยนกับถังหย่าหันมามองพร้อมกัน
