ลั่วจือยวนยกมือขึ้น ก้าวไปข้างหน้าสองก้าว จ้องใบหน้างดงามไร้ที่ติของกู้เจียวเจียวด้วยความรู้สึกอยากฉีกทึ้งให้แหลกเป็นชิ้นๆ
ทันทีที่เธอยกมือขึ้น เผยอวิ๋นหวยก็ก้าวเข้ามาขวางหน้ากู้เจียวเจียว ก้มตามองเธอ น้ำเสียงไม่ดังนัก แต่ทุกคำเย็นเยียบราวกับแช่น้ำแข็งมา
“ลองแตะต้องเธอดูสิ ถ้าคุณกล้าทำอะไรเธอแม้แต่นิดเดียว ผมจะทำให้คุณต้องเสียใจกับความหุนหันในวันนี้แน่”
มือลั่วจือยวนชะงักค้างกลางอากาศ ปลายนิ้วสั่นระริก
ดวงตาของเธอแดงก่ำ ริมฝีปากสั่นน้อยๆ ก่อนเค้นคำพูดออกมาจากลำคอ
“ฉันเกลียดคุณ ฉันเกลียดพวกคุณ”
พูดจบก็หันหลัง ใช้มือปิดหน้าพลางวิ่งออกจากห้องทำงานไป เสียงรองเท้าส้นสูงดังห่างออกไปเรื่อยๆ ตามทางเดิน ก่อนจะถูกประตูลิฟต์กลืนหายไปในที่สุด
ภายในห้องทำงานกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง
เผยอวิ๋นหวยเดินไปล็อกประตูจากด้านใน หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออก น้ำเสียงกดต่ำ
“ช่วงนี้จับตาดูลั่วจือยวนให้ดี เธอไปไหน เจอใคร หรือมีอะไรผิดปกติ รีบรายงานผมทันที”
“ครับ คุณเผย”
เขาวางสายแล้ววางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะชา
กู้เจียวเจียวเอนพิงโซฟา มองรอยย่นระหว่างคิ้วของเขาที่ขมวดเป็นเส้นตรง ก่อนยื่นมือไปลูบให้คลายออก
“ที่รัก กลัวอะไรคะ ขมวดคิ้วซะขนาดนี้”
เขาแนบริมฝีปากลงบนหน้าผากเธอแผ่วเบา
“ผมกลัวว่าเธอจะเสียสติ แล้วทำร้ายคุณ”
“ไม่เป็นไรค่ะ ไม่ต้องห่วงฉัน ยังมีบอดี้การ์ดไม่ใช่เหรอคะ? ฉันพาพวกเขาติดตัวไปทุกวันก็พอแล้ว”
“อืม”
เผยอวิ๋นหวยดึงเธอเข้ามากอด วางคางลงบนกระหม่อมของเธอ แล้วไม่พูดอะไรอีก
