“ไม่มีอะไรต้องอายนี่นา”
กู้เจียวเจียวโบกมือ น้ำเสียงสบาย ๆ แต่จริงใจ
“ฉันเลือกเกิดไม่ได้สักหน่อย พ่อ แม่ แล้วก็ย่าของฉันรักฉันมาก แค่นี้ก็พอแล้วล่ะ”
หลินสืออันรีบควักโทรศัพท์ออกมา “เจียวเจียว แอดฉันสิ! น้ำอัดลมที่เธอดื่มตลอดปี ฉันเลี้ยงเอง!”
ดวงตากู้เจียวเจียวเป็นประกาย “จริงเหรอ?”
เย่ซิงหล่างผลักเขาออกไปทันที “เจียวเจียว อย่าไปสนใจเขา! คิดจะขอวีแชตด้วยน้ำอัดลมไม่กี่ขวด ฝันไปเถอะ! แอดฉันสิ แอดฉัน! ต่อไปอยู่มหาวิทยาลัยจิงต้า ฉันจะคอยปกป้องเธอเอง!”
เวินจิ่งเช่อหยิบโทรศัพท์ออกมาด้วย น้ำเสียงเนิบช้าไม่เร่งร้อน “เจียวเจียว จะลำเอียงแบบนี้ไม่ได้นะ แอดพวกเขาแล้วไม่แอดฉัน...พอดีฉันมีร้านอยู่ร้านหนึ่ง กำลังขาดพนักงานคิดเงิน ถ้าเธออยากทำงานพิเศษ ฉันยกงานนี้ให้เธอได้ แถมยังช่วยเปิดทางเรื่องค่าจ้างให้ด้วย”
ดวงตาของกู้เจียวเจียวเปล่งประกายวาบจนแทบทำคนตาพร่า ลักยิ้มสองข้างบุ๋มลึกลงไป “จริงเหรอ? แอด ๆ ๆ! แอดทุกคนเลย!”
ชายทั้งสามรีบล้อมวงกัน ต่างแย่งกันยื่นคิวอาร์โค้ดให้ บรรยากาศในห้องส่วนตัวครึกครื้นราวกับฉลองปีใหม่
ซ่งจือเซี่ยกับหลินรั่วอีสบตากัน ต่างทำได้เพียงอิจฉา...ใครใช้ให้เธอสวยขนาดนั้นล่ะ
ถังหย่านั่งอยู่ข้าง ๆ มือที่ถือแก้วเหล้ากำแน่นขึ้นแล้วคลาย ก่อนจะกำแน่นอีกครั้ง
วันนี้เธออุตส่าห์แต่งตัวอย่างประณีต ตั้งใจนัดทุกคนมา ก็เพื่ออวดแฟนหนุ่มรูปหล่อแถมร่ำรวยของตัวเอง ให้คนในหอพักอิจฉากันสักหน่อย
แต่ตอนนี้สายตาทุกคู่กลับจับจ้องอยู่ที่กู้เจียวเจียว ชายสามคนวนเวียนอยู่รอบตัวเธอ แม้แต่คนที่ปกติไม่ค่อยสนใจใครอย่างเวินจิ่งเช่อ ยังเป็นฝ่ายยื่นโทรศัพท์ให้เธอเอง
วันนี้เธอทุ่มเทลงแรงไปทั้งหมด กลับกลายเป็นส่งเสริมให้คนอื่นได้หน้าแทน
ซางจิ้นเหยี่ยนซึ่งนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะเงียบมาตั้งแต่ต้นจนจบ
เขาถือแก้วเหล้า สายตาหลุบต่ำมองของเหลวในแก้ว ริมฝีปากขยับเล็กน้อย ก่อนเอ่ยสองคำด้วยเสียงที่มีเพียงตัวเองได้ยิน “ยัยโง่”
แต่สิ่งที่คิดในใจกลับเป็นอีกเรื่อง—สมองทึบขนาดนี้ ใช้ชีวิตรอดมาถึงตอนนี้ได้ยังไง? ต่อให้ถูกหลอกไปขายก็คงยังช่วยคนอื่นนับเงินอีก
เขากวาดตามองอย่างไม่ใส่ใจ หางตาเหลือบผ่านใบหน้าของกู้เจียวเจียวที่ถูกชายสามคนล้อมอยู่ตรงกลาง แต่ยังคงยิ้มอย่างไร้กังวล ก่อนจะเบือนสายตากลับมาแล้วยกแก้วขึ้นจิบ
ถังหย่าหยิบขวดเหล้าเปล่าจากใต้โต๊ะกลางห้องมาวางไว้ตรงกลางโต๊ะ รอยยิ้มมีแววตื่นเต้นสนุกสนาน
“ทุกคนมาเล่นเกมกันเถอะ เอาแต่ดื่มเหล้าอย่างเดียวไม่เห็นสนุกเลย กติกาง่ายมาก ขวดชี้ไปที่ใคร คนนั้นต้องเลือกตอบคำถามหรือทำภารกิจ ถ้าเลือกตอบคำถามก็ต้องตอบทุกอย่างตามจริง ห้ามโกหก ถ้าเลือกทำภารกิจก็ต้องทำตามที่กำหนด ส่วนใครไม่อยากทำทั้งสองอย่าง...ก็ดื่มลงโทษหนึ่งแก้ว ดื่มหมดแก้วนี้ก็ถือว่าจบ”
พูดจบ เธอก็หมุนขวดเบา ๆ ขวดแก้วหมุนติ้วอยู่บนโต๊ะหลายรอบ ก่อนจะค่อย ๆ ชะลอความเร็ว แล้วปากขวดก็ส่ายไปส่ายมาจนหยุดชี้ไปทางหลินสืออัน
หลินสืออันชะงัก “เริ่มมาก็เป็นฉันเลยเหรอ? ได้ ๆ ฉันเลือกตอบคำถาม!”
ถังหย่าถามพร้อมรอยยิ้ม “สืออัน ในบรรดาผู้หญิงที่อยู่ที่นี่ เธอชอบหน้าตาใครที่สุด?”
หลินสืออันชี้ไปทางกู้เจียวเจียวโดยไม่ลังเล “ยังต้องถามอีกเหรอ? เจียวเจียวสิ! ฉันอายุยี่สิบเอ็ดปี เพิ่งเคยเจอคนสวยขนาดนี้เป็นครั้งแรก!”
กู้เจียวเจียวเงยหน้า กะพริบดวงตาคู่งามราวกับจิ้งจอก “หืม? ฉันเหรอ? ก็ธรรมดา ๆ เองนะ”
ฟังคำพูดนั่นสิ ซ่งจือเซี่ยกับหลินรั่วอีสบตากัน ในใจผุดความคิดเดียวกันขึ้นมาพร้อมกัน—ตอนหนี่วาเสกปั้นเธอขึ้นมา คงทุ่มเทสุดฝีมือจริง ๆ ลำเอียงจนเกินไปแล้ว!
ขวดหมุนต่อไป ปากขวดแก้วส่ายไปมาบนโต๊ะหลายรอบ ก่อนจะค่อย ๆ ชี้ไปทางกู้เจียวเจียว
ถังหย่ายกยิ้มมุมปาก แววขบขันซ่อนอยู่ในดวงตา เธอเอ่ยถามด้วยเสียงเบาและอ่อนหวาน ทว่าคมกริบราวกับมีด “เจียวเจียว เธอยังบริสุทธิ์อยู่ไหม?”
สายตาทุกคู่หันขวับไปมองกู้เจียวเจียวพร้อมกัน
แม้แต่ซางจิ้นเหยี่ยนก็ยังเงยเปลือกตาขึ้นอย่างหาได้ยาก หางตาเหลือบไปทางเธอแวบหนึ่ง ก่อนจะหลุบลงอีกครั้ง
กู้เจียวเจียวพยักหน้า น้ำเสียงตรงไปตรงมา ไม่มีท่าทีเขินอายหรือหลบเลี่ยงแม้แต่น้อย
“อืม ย่ากับแม่บอกว่าผู้ชายไม่มีใครดี สั่งห้ามฉันมีแฟนก่อนวัยอันควร”
เธอคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเสริมอีกประโยคด้วยความไร้เดียงสาจริงจัง
“แต่ฉันว่าพี่สืออัน พี่ซิงหล่าง แล้วก็พี่จิ่งเช่อเป็นคนดีนะ ไม่น่าใช่ผู้ชายไม่ดีหรอก พวกเขายังให้เงินฉันด้วย”
เธอยิ้มอย่างบริสุทธิ์ไร้เดียงสา ลักยิ้มสองข้างบุ๋มลงตื้น ๆ ดูใสสะอาดราวกับกระดาษขาวที่ยังไม่เคยถูกขีดเขียนให้เปรอะเปื้อน
ซ่งจือเซี่ยกับหลินรั่วอียกมือกุมหน้าผากพร้อมกัน
มิน่าล่ะ กู้เจียวเจียวถึงได้เงียบเป็นเป่าสากทุกวันราวกับเป็นมนุษย์ล่องหน นิสัยใสซื่อไร้เดียงสาแบบนี้ สักวันคงถูกคนอื่นกินจนไม่เหลือแม้แต่กระดูก
ขวดหมุนขึ้นอีกครั้ง คราวนี้หยุดอยู่ตรงหน้าซางจิ้นเหยี่ยน
คนถามเปลี่ยนเป็นกู้เจียวเจียว
เธอเอียงคอมองซางจิ้นเหยี่ยน ดวงตาคู่งามราวกับจิ้งจอกเต็มไปด้วยความอยากรู้อย่างบริสุทธิ์ ก่อนถามคำถามที่ทำเอาคนทั้งห้องตะลึง “น้องชายจิ้นเหยี่ยนของคุณอายุเท่าไหร่เหรอ?”
“พรวด—” “พรวด ๆ!” “แค่ก ๆ ๆ—”
ห้องส่วนตัวพลันแตกตื่นขึ้นมาทันที
หลินสืออันพ่นเหล้าออกมา เย่ซิงหล่างสำลักจนต้องตบอก เวินจิ่งเช่อทำเหล้าในแก้วหกออกมาเกือบครึ่ง แม้แต่ซ่งจือเซี่ยก็ยังยกมือปิดปาก ดวงตาเบิกกว้าง
สีหน้าถังหย่าดูย่ำแย่ถึงขีดสุด มือที่กำแก้วเหล้าแน่นจนแทบแตก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้...อย่างไรเสียซางจิ้นเหยี่ยนเองยังไม่พูดอะไรสักคำ
กู้เจียวเจียวมองทุกคนอย่างสงสัย ดวงตาใสกระจ่างไร้เดียงสา “เป็นอะไรไป? ถามไม่ได้เหรอ?”
ซางจิ้นเหยี่ยนมองดวงตาใสสะอาดคู่นั้นของเธอ ดูไม่เหมือนตั้งใจแกล้ง ราวกับแค่อยากรู้จริง ๆ
เขาเลือกไม่ตอบ ยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มรวดเดียวหมด กระเดือกขยับขึ้นลงเล็กน้อย แต่ไม่พูดอะไร
ขวดหมุนต่อ คราวนี้ชี้ไปทางเวินจิ่งเช่อ
“พี่จิ่งเช่อเลือกตอบคำถามหรือทำภารกิจคะ?”
“ทำภารกิจแล้วกัน”
“งั้นเลือกผู้หญิงมาหนึ่งคน แล้วคาบขนมปังกรอบแผ่นนี้กินด้วยกันคนละด้าน กินหมดก็ถือว่าจบค่ะ”
“ดี ๆ!” เสียงโห่แซวดังขึ้น เวินจิ่งเช่อถึงกับใบหูแดงขึ้นมาอย่างที่ไม่ค่อยได้เห็น
เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สายตาหยุดลงที่กู้เจียวเจียว “เจียวเจียว...ช่วยพี่ได้ไหม?”
กู้เจียวเจียวพยักหน้า “ได้สิ เมื่อกี้พี่ยังให้เงินฉันเลยนี่นา”
ซางจิ้นเหยี่ยนที่นั่งอยู่หัวโต๊ะเหลือบมองทางนี้อย่างเย็นชา ก่อนจะเบือนหน้าหนี ยัยโง่ หัวทึบจริง ๆ ถูกคนฉวยโอกาสแต๊ะอั๋งยังไม่รู้ตัวอีก
กู้เจียวเจียวลุกขึ้นไปนั่งข้างเวินจิ่งเช่อ
หลินรั่วอียื่นขนมปังกรอบแผ่นบางให้ เวินจิ่งเช่อยื่นมือรับ ก่อนจะคาบปลายด้านหนึ่งไว้เบา ๆ ด้วยริมฝีปาก
เขาหันไปมองกู้เจียวเจียว
หญิงสาวค่อย ๆ ขยับเข้ามา กลิ่นหอมหวานสดชื่นของดอกมะลิจากกายเธอลอยคลุ้งมากับสายลมยามค่ำคืน พันรัดเขาไว้ทั้งตัว หัวใจของเขาพลันเต้นผิดจังหวะ ตึกตักรัวเร็วไม่หยุด แก้มแดงร้อนขึ้นเรื่อย ๆ ร่างกายเกร็งจนแทบขยับไม่ได้
กู้เจียวเจียวเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากกำลังจะสัมผัสขนมปังกรอบอีกด้าน—
“ปัง!” แก้วเหล้ากระแทกลงบนโต๊ะอย่างแรง
ซางจิ้นเหยี่ยนลุกขึ้นยืน น้ำเสียงเย็นชาเจือแววหงุดหงิด “น่าเบื่อ กลับแล้ว”
เขาหันหลังเดินออกไป ประตูห้องส่วนตัวปิดลงตามหลัง
ทุกคนต่างชะงักไป ก่อนจะมองหน้ากัน
เกมถูกยุติลงกลางคัน
ทุกคนเก็บข้าวของของตัวเองแล้วแยกย้ายกันกลับ
ด้านนอกบาร์ ซางจิ้นเหยี่ยนดื่มเหล้าไปแล้ว จึงขับรถไม่ได้ เขาจัดการส่งถังหย่ากับคนอื่น ๆ ขึ้นแท็กซี่สองคัน ส่วนตัวเองขึ้นรถคัลลิแนนสีดำ
เขาพิงเบาะหลัง หลับตานวดหว่างคิ้ว แต่ในหัวกลับมีภาพดวงตาคู่งามใสสะอาดราวกับจิ้งจอก และประโยคที่ว่า “น้องชายจิ้นเหยี่ยนของคุณอายุเท่าไหร่” ผุดขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
เมื่อลืมตาขึ้น เขาก็คลายปกเสื้ออย่างหงุดหงิด สายตาเลื่อนไปทางนอกหน้าต่างโดยไม่รู้ตัว
