“น้องสาว มาดูชุดเดรสสิ 19.9 เดรสเดียว ถูกดีใส่ทน”
เจ้าของแผงเป็นพี่สาวใหญ่วัยกลางคนพูดด้วยสำเนียงต่างถิ่น เห็นว่าซ่งเค่อหนิงอยากซื้อจริง ๆ ก็รีบเข้ามาแนะนำอย่างกระตือรือร้น
ซ่งเค่อหนิงหยิบชุดเดรสลายดอกเล็ก ๆ ตัวหนึ่งขึ้นมา แล้วหยิบแบบสีพื้นข้าง ๆ มาเทียบกัน คุณภาพแย่จริง ๆ แต่ว่าชุดพวกนี้ไม่รังเกียจที่เธอจน แล้วจะต้องใช้จักรยานอะไรอีก
“สองตัวนี้ฉันเอาหมด”
เธอพับชุดเรียบร้อยวางไว้ข้าง ๆ แล้วก้มลงค้นหา “พี่สาว มีชุดวอร์มผู้ชายไซส์สักหนึ่งเก้าศูนย์ให้ใส่ได้ไหม”
“มี ๆ ๆ!” พี่สาวใหญ่รีบลากถุงพลาสติกออกมา หยิบชุดวอร์มสีเทาเข้มยื่นให้ “ตัวนี้ไซส์ใหญ่สุด หนึ่งเก้าศูนย์ใส่ได้แน่นอน ก็ 19.9 ถูกดีใส่ทน!”
ซ่งเค่อหนิงรับมาเขย่าดูแล้วลูบเนื้อผ้า เนื้อผ้าหยาบไปหน่อย แต่ก็พอได้ เธอเพิ่งพยักหน้า สายตาก็กวาดไปเห็นกองกางเกงในที่วางอยู่ข้าง ๆ
“พี่สาว กางเกงในขายยังไง”
“เก้าบาทเก้าสิบสตางค์สามตัว เลือกเอาตามสบาย!”
ซ่งเค่อหนิงย่อตัวลง เลือกแบบผ้าฝ้ายแท้ให้ตัวเองสามตัว แล้วก็เลือกให้ลู่จืออวี้อีกสามตัว
เธอมองไปที่เสื้อชั้นในแบบไม่มีโครงที่แขวนอยู่ข้าง ๆ เอ่ยถามว่า “แล้วเสื้อชั้นในล่ะ”
“9.9 ตัวหนึ่งเหมือนกัน เลือกสองตัวคุ้มกว่า!”
เธอยื่นมือไปหยิบสีเนื้อตัวหนึ่ง สีดำตัวหนึ่งตามไซส์ของตัวเอง แล้วรวบเสื้อผ้าทั้งหมดมารวมกัน เงยหน้าถาม “พี่สาว คิดราคาทั้งหมดให้หน่อยว่าเท่าไหร่”
พี่สาวใหญ่กดเครื่องคิดเลข “ชุดเดรสสองตัวสามสิบเก้าแปดสิบสตางค์ ชุดวอร์มสิบเก้าเก้าสิบ กางเกงในหกตัวคิดเป็นสองชุดสิบเก้าแปดสิบ เสื้อชั้นในสองตัวสิบเก้าแปดสิบ ให้ 99 พอ!”
ซ่งเค่อหนิงล้วงแบงก์ร้อยใบนั้นออกมาจากกระเป๋า ยื่นให้
พี่สาวใหญ่รับเงินแล้วล้วงเหรียญหนึ่งหยวนออกมาจากกระเป๋าคาดเอว ยัดใส่มือเธอ “น้องสาว เงินทอนหนึ่งหยวน”
ซ่งเค่อหนิงเก็บเหรียญใส่กระเป๋า พี่สาวใหญ่จัดการยัดเสื้อผ้าที่เธอซื้อใส่ถุงพลาสติกแล้วยื่นให้ “น้องสาว คราวหน้ามาอีกนะ”
“ได้ พี่สาว ขอถุงพลาสติกใบใหญ่เพิ่มให้ฉันอีกใบได้ไหม”
“ไม่มีปัญหา!”
ใต้เสาไฟถนนที่ไม่ไกล ลู่จืออวี้ยืนเงียบ ๆ เขามองซ่งเค่อหนิงอุ้มถุงพลาสติกใหญ่สองใบเดินมา ถามว่า “ซื้อเสร็จแล้วเหรอ”
“อื้ม!” ซ่งเค่อหนิงยื่นถุงพลาสติกใบหนึ่งไปตรงหน้าเขา “ซื้อชุดวอร์มสำหรับเปลี่ยนกับกางเกงในสามตัวให้ ใส่ไปก่อน”
ลู่จืออวี้ก้มตามองชุดวอร์มราคาถูกในถุง ไม่ยอมยื่นมือไปรับ รู้สึกเหลือเชื่อ “เงินร้อยเดียวของเธอ ซื้อของได้มากขนาดนี้เลยเหรอ”
ซ่งเค่อหนิงทำตาพราวด้วยความภาคภูมิใจซ่อนไม่มิด “ชุดเดรสสองตัว 39.8 กางเกงในของเราคนละสามตัว 19.8 เสื้อชั้นในฉันสองตัว 19.8 รวมแล้วใช้ไปแค่ 99 ยังเหลืออีกหนึ่งหยวนแน่ะ!”
ลู่จืออวี้ส่งเสียง “อื้ม” เบา ๆ
ซ่งเค่อหนิงมองซ้ายมองขวาอีกที ชี้ไปทางห้องน้ำสาธารณะไม่ไกล “นายรอฉันอยู่ตรงนี้ก่อนนะ ฉันเข้าไปเปลี่ยนชุด”
เขามองถุงพลาสติกราคาถูกที่ข้างเท้า เมื่อก่อน กางเกงในของเขาสั่งตัดมือจากอิตาลี ตัวเดียวก็ราคาสี่หลัก
สูทเป็นอาร์มานี่สั่งตัด เสื้อเชิ้ตเป็นเซนญ่า รองเท้าหนังเป็นแบร์ลูตี ชุดทั้งตัวเทียบเท่าเงินเดือนสิบปีของคนธรรมดา
แต่ตอนนี้ ทรัพย์สินทั้งหมดที่เขามี เหลือแค่เงินสดที่ได้จากการขายสูทในกระเป๋า
ลู่จืออวี้เงยหน้ามองไปยังตึกระฟ้าที่มีแสงนีออนส่องประกายไกล ๆ นั่นคือสำนักงานใหญ่ของกลุ่มบริษัท NEX ที่เขาก่อตั้งขึ้นด้วยมือเดียว
ตอนนี้ ทุกอย่างที่นั่นไม่เกี่ยวอะไรกับเขาแล้ว
ตอนนี้เขา เป็นแค่หมาหัวเน่า
ไม่นาน ประตูห้องน้ำสาธารณะก็ถูกผลักออก ซ่งเค่อหนิงเดินออกมา เสื้อคลุมใส่ถุงพลาสติก เธอไม่ยอมทิ้ง คุณภาพค่อนข้างดี เก็บไว้ห่มต่างผ้าห่มก็ไม่เลว
เธอเปลี่ยนใส่ชุดเดรสลายดอกเล็ก ๆ แล้ว มัดผมใหม่เป็นมวยสวย清爽 ศีรษะแบบ丸子 จัดทรงชุดกับแบบไม่ดี แต่พอมันอยู่บนตัวเธอ กลับดูมีความงามแบบใสซื่อมีชีวิตชีวา ไม่มีความรู้สึกปากจัดเหมือนเมื่อก่อน
สายตาของลู่จืออวี้ละจากไปอย่างรวดเร็ว
ซ่งเค่อหนิงมาอยู่ตรงหน้าเขา “ต่อไปเราไปสถานีรถไฟกันไหม”
ลู่จืออวี้ไม่ได้พูด ก้มลงยกถุงพลาสติกที่พื้น เดินไปริมถนน
ซ่งเค่อหนิงตามลู่จืออวี้เดินเลียบถนนไปสิบนาทีกว่า เลี้ยวเข้าตรอกเงียบ ๆ แห่งหนึ่ง
หยุดอยู่หน้าร้านที่มีป้าย “ซ่อมมือถือ” แขวนไว้ ลู่จืออวี้ผลักประตูเข้าไป
เจ้าของร้านกำลังนั่งฟุบกับเคาน์เตอร์ดูคลิปสั้น เห็นคนเข้ามา ก็เงยหน้าขึ้นอย่างเกียจคร้าน “ซ่อมมือถือหรือซื้อมือถือ”
“ซื้อมือถือ ภายในหนึ่งพัน” ลู่จืออวี้เดินไปหน้าเคาน์เตอร์
ซ่งเค่อหนิงตามอยู่ข้างหลังเขา จู่ ๆ ก็นึกอะไรขึ้นได้ ดึงแขนเสื้อเขาเบา ๆ ถามเสียงเบา “มือถือนายล่ะ”
“ถูกหน่วยสอบสวนธุรกิจยึดไปแล้ว”
ซ่งเค่อหนิงพูดอีกว่า “คือมือถือฉันก็หายแล้ว ให้ซื้อให้ฉันเครื่องหนึ่งด้วยได้ไหม”
ลู่จืออวี้ก้มตามองเธอแวบหนึ่ง ไม่ได้พูดอะไร
เจ้าของร้านหยิบมือถือหลายรุ่นออกมาจากใต้เคาน์เตอร์วางบนหน้ากระจก “พวกนี้เป็นรุ่นต่ำกว่าพัน ซื้อ 699, 799, 999 เลือกกันเอง”
ลู่จืออวี้หยิบรุ่น 799 ขึ้นมาดู จากนั้นก็บอกเจ้าของร้าน “เอาตัวนี้สองเครื่อง”
ซ่งเค่อหนิงขยับเข้ามามองแวบหนึ่ง พยักหน้าสนับสนุนทันที “เอาตัวนี้แหละ ใช้ได้ก็พอ ไม่จำเป็นต้องซื้อแพง”
เจ้าของร้านยิ้มออกมา หยิบซิมการ์ดออกมาจากลิ้นชักอีก “เปิดเบอร์ไหม ตอนนี้เปิดเบอร์แถมเน็ตหนึ่งเดือน”
“เปิดสองเบอร์” ลู่จืออวี้ชะงักไป เสริมว่า “เธอไม่มีบัตรประชาชน ใช้ของผมลงทะเบียนได้ไหม”
เจ้าของร้านมองสำรวจซ่งเค่อหนิง “ได้ ใช้ของนายก็ได้”
ลู่จืออวี้หยิบบัตรประชาชนยื่นให้ เจ้าของร้านจัดการขั้นตอนเรียบร้อย มือถือสองเครื่องกับซิมการ์ดสองอัน รวมทั้งหมด 1698
ซ่งเค่อหนิงมองเงินสดปึกนั้นถูกดึงออกไป ซื้อเสื้อผ้ากับมือถือซิมการ์ด 1800 หายแล้ว ในมือเหลือแค่ 3200
เจ้าของร้านเลื่อนมือถือมาให้ ชี้ไปที่มุมห้อง “ที่ชาร์จ ฟิล์มกันรอย เคสมือถืออยู่ทางนู้น แถมฟรี”
ซ่งเค่อหนิงเลือกเคสมือถือซิลิโคนใสสองอัน ให้เจ้าของร้านติดฟิล์มให้เรียบร้อย ถึงเก็บมือถือใส่กระเป๋าอย่างพอใจ
เดินออกนอกร้านมือถือ ลู่จืออวี้ยืนอยู่ปากตรอก ก้มลงดาวน์โหลดแอปในมือถือ
ซ่งเค่อหนิงเข้าไปดู หน้าจอเป็นหน้าซื้อตั๋วของ 12306 พอดี
ลู่จืออวี้ค้นหาขบวนรถจากเซี่ยงไฮ้ไปหยางเฉิง แล้วก็มองท้องของซ่งเค่อหนิงโดยไม่รู้ตัว เลือกตั๋วนอนเตียงล่างหนึ่งใบกับตั๋วนั่งแข็งหนึ่งใบ
ซ่งเค่อหนิงรีบห้าม “ซื้อตั๋วนั่งแข็งทั้งคู่แหละ ถูกกว่าเยอะ”
ลู่จืออวี้พูดเสียงเรียบแต่ไม่มีทางปฏิเสธ “เธอไม่ได้กังวลเรื่องท้องเหรอ ของเธอจองตั๋วนอน”
ซ่งเค่อหนิงยังไม่ทันได้เถียง ก็เห็นปลายนิ้วเขาแตะหน้าจอเบา ๆ จ่ายเงินสำเร็จ 533 หยวน
เฮ้อ สมาร์ทโฟนราคา 799 หยวนนี่ลื่นใช้ได้เลย
ทีนี้เหลือแค่ 2600 แล้ว ถึงหยางเฉิงยังต้องเช่าบ้าน ซื้อของใช้จำเป็น ค่าครองชีพ ไม่รู้จะพอไหม
ในใจเธอกังวลเล็กน้อย แต่ตอนนี้เดินไปก้าวหนึ่งดูไปก่อน กังวลก็ไม่มีประโยชน์
“ไปเถอะ ไปสถานีรถไฟ” ลู่จืออวี้เก็บมือถือ ก้าวเดินต่อไป
“เดี๋ยวก่อน!” ซ่งเค่อหนิงดึงแขนเขาไว้ ชี้ไปที่ซูเปอร์มาร์เก็ตชุมชนฝั่งตรงข้ามถนน
“ของที่สถานีรถไฟแพงจะตาย เราไปซูเปอร์มาร์เก็ตซื้อของกินติดไปก่อนเถอะ!”
ทั้งสองข้ามถนนเข้าไปในซูเปอร์มาร์เก็ต ซ่งเค่อหนิงเข็นรถเข็นตรงไปที่โซนอาหาร
เธอยื่นมือไปหยิบบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบถ้วย เพิ่งแตะขอบถ้วยก็หดมือกลับ เปลี่ยนเป็นหยิบบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบซองข้าง ๆ
ลู่จืออวี้มองการกระทำต่อเนื่องของเธอ สงสัย “ทำไมไม่เอาถ้วยล่ะ”
“ถ้วยแพงกว่าตั้งหลายตังค์ แบบซองถูกกว่า เดี๋ยวให้ที่เคาน์เตอร์จ่ายเงินขอส้อมพลาสติกให้สองอันก็พอ”
ซ่งเค่อหนิงพูดจบก็ไปโซนของใช้ประจำวัน หยิบกระติกน้ำชาเหล็กเคลือบฟันแบบโบราณย้อนยุคลายมงคลคู่ มีฝาปิด ใหญ่
ซ่งเค่อหนิงยกกระติกขึ้นยิ้มแหยะ ยื่นให้เขาดูอย่างกับถวายของดี “ดูสิ อันนี้ใช้อุ่นบะหมี่ บ้วนปาก รองน้ำได้ สามอย่างในหนึ่งเดียว! สองใบแค่สิบหยวน”
ลู่จืออวี้มองกระติกที่พิมพ์ลายมงคลคู่ มุมปากกระตุก
ซ่งเค่อหนิงเข็นรถไปยังโซนขนมปังลดราคา หยิบขนมปังปิ้งใกล้หมดอายุหนึ่งถุง ดูวันที่แล้วบ่นพึมพำ “เหลือแค่วันเดียว ไม่เป็นไร ต่อให้เลยอายุสามวันก็กินได้”
เธอโยนขนมปังปิ้งลงรถเข็น หันไปสบตาลู่จืออวี้ “อันนี้แค่ห้าหยวน”
ลู่จืออวี้ไม่พูด มองเธอด้วยสายตาเรียบ ๆ
ซ่งเค่อหนิงรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก “นายมองฉันทำไมแบบนั้น”
“ไม่มีอะไร” ลู่จืออวี้เก็บสายตา “เมื่อไหร่เธอรู้จักใช้ชีวิตแบบนี้แล้ว”
ตัวจริงน่ะเป็นนางร้ายใจร้ายที่ผลาญเงินเป็นผักปลา ที่ไหนจะคิดเล็กคิดน้อยอย่างเธอ!
เธอคว้าเหตุผลมาพูดส่ง ๆ “นายก็ตกต่ำขนาดนี้แล้ว ถ้าฉันไม่ประหยัดอีก พวกเราสองคนจะอดตายกินลมไหม”
ลู่จืออวี้ไม่ถามต่อ
ซ่งเค่อหนิงแอบถอนหายใจโล่งอก เพิ่งเข็นรถเดินต่อไป ลู่จืออวี้ก็เดินผ่านเธอไป หยิบนมสดขวดสองขวดจากชั้นวางใส่รถเข็น
ซ่งเค่อหนิงก้มมองนมสองขวดนั่น นี่เขาดูแลเธอเป็นคนท้องเหรอ
สุดท้าย ซ่งเค่อหนิงหยิบแปรงสีฟันสองด้าม ยาสีฟันหนึ่งหลอด ผ้าเช็ดตัวสีเทาหนึ่งผืน สีชมพูหนึ่งผืน
พนักงานเก็บเงินยัดของใส่ถุงพลาสติก ซ่งเค่อหนิงหิ้วถุงเดินออกจากซูเปอร์มาร์เก็ต ลู่จืออวี้หิ้วถุงพลาสติกเดินนำหน้า
เดินมาถึงริมถนน ลู่จืออวี้เพิ่งยกมือเตรียมเรียกแท็กซี่ ก็ถูกซ่งเค่อหนิงคว้าไว้
“ยังจะนั่งแท็กซี่อีกเหรอ นั่งรถเมล์ สองหยวนก็ถึงสถานีรถไฟ ต้องประหยัดนะ!”
ลู่จืออวี้ได้แต่ปล่อยมือลงเงียบ ๆ
ทั้งสองเดินไปที่ป้ายรถเมล์ ลมกลางคืนพัดใบไม้ร่วงหมุนเป็นเกลียว ผู้คนบนป้ายประปราย ต่างก้มหน้าเล่นมือถือ
ลู่จืออวี้ยืนใต้ป้ายรถเมล์ เขาทอดสายตาต่ำ ไม่รู้คิดอะไรอยู่
ซ่งเค่อหนิงยืนอยู่ข้างเขา มองภาพตรงหน้า รู้สึกได้แต่ความเหลือเชื่อไม่จริง
ประธานใหญ่พันล้านพันหมื่น ออกนอกบ้านมีรถพร้อมคนขับ เครื่องบินส่วนตัว มาวันนี้กลับมาตกระกำลำบากกับเธอ ต้องมารอรถเมล์สองหยวนที่ป้ายรถเมล์
เธอเอียงคอมองเขา แสงไฟถนนวาดเส้นโครงหน้าด้านข้างที่เย็นชาของเขา ใบหน้าเขาไม่มีสีหน้าอะไร มองไม่ออกว่าหงอยเหงาหรืออับอาย ก็แค่ยืนเงียบ ๆ อย่างนั้น
ซ่งเค่อหนิงเก็บสายตากลับ ในหนังสือตอนต้นก็เขียนถึงสามปีหลังจากนี้ลู่จืออวี้กลับมา ใจดำอำมหิต เป็นสัตว์ประหลาดดื้อรั้นไร้ความรู้สึก
แต่ผู้ชายตรงหน้า แบ่งแยกได้ว่ายังมีอุณหภูมิ
เขาจะเอาเงินร้อยเดียวที่มีให้เธอซื้อเสื้อผ้า จะจองตั๋วนอนให้เธอขณะตัวเองนั่งแข็ง จะซื้อนมให้เธอเติมสารอาหาร
ซ่งเค่อหนิงคิดไม่ตก ในสามปีนี้ เขาต้องเจออะไรกันแน่ ถึงได้กลายเป็นคนเลือดเย็นดื้อรั้นอย่างในหนังสือ
รถเมล์แล่นมาจากที่ไกลอย่างช้า ๆ ซ่งเค่อหนิงเงยหน้ามองลู่จืออวี้ “รถมาแล้ว!”
ลู่จืออวี้รับคำเสียงต่ำ เอื้อมมือรับถุงพลาสติกในมือเธอ ถือไปด้วยกันที่ประตูรถ
ซ่งเค่อหนิงรีบเดินตามไป เหยียบที่พักเท้าขึ้นรถเมล์