ซ่งเค่อหนิงตื่นขึ้นมาตอนฟ้าด้านนอกยังไม่สว่างเต็มที่ เสียงไม้กวาดของคนงานทำความสะอาดถนนกวาดผ่านพื้นปูนเป็นจังหวะอยู่ด้านนอก
เธอนอนตะแคง ใบหน้าแนบอยู่กับแผงอกของลู่จืออวี้ ขาข้างหนึ่งพาดอยู่บนขาเขา ท่วงท่าแทบไม่ต่างจากทุกเช้าที่ผ่านมา
เพียงแต่ตอนนี้ท้องโตขึ้นแล้ว มุมที่พาดขาจึงต้องปรับเสียหน่อย ไม่อย่างนั้นอาจกดโดนลูกในท้อง
เธอยกมือแตะมุมปากโดยไม่รู้ตัว ก่อนก้มลงมองผ้าตรงอกของเขา ตรงนั้นมีรอยเปียกเป็นปื้นเข้มจากน้ำลายของเธอ ดูท่าจะน้ำลายไหลอีกแล้วจริง ๆ
หมอบอกว่าช่วงกลางถึงปลายของการตั้งครรภ์ น้ำลายจะหลั่งมากขึ้น เป็นเรื่องปกติ
ถึงจะปกติก็เถอะ แต่ทุกเช้าทิ้งแผนที่ไว้บนอกเขาแบบนี้ น่าอายชะมัด
ลู่จืออวี้รู้สึกถึงการขยับตัวของเธอจึงตื่นตาม เขาก้มมองอกตัวเองตามสายตาของเธอ
“ไม่เป็นไร น้ำลายเธอไม่ได้สกปรกสักหน่อย”
เขาหยุดไปครู่หนึ่งก่อนพูดต่อ “วันนี้เธอพักเถอะ เลิกงานตอนบ่ายแล้วเราไปซื้อหมอนคนท้องดี ๆ ที่จัตุรัสฮวาเฉิงกัน”
“สรุปก็รังเกียจน้ำลายฉันอยู่ดี” ซ่งเค่อหนิงเบ้ปาก ขยับหน้าออกจากอกเขาแล้วเท้าแขนยันที่นอนลุกขึ้นนั่ง
ผมเธอยุ่งเหยิงจากการนอน ผมด้านซ้ายชี้ขึ้นมาปอยหนึ่ง ราวกับเพิ่งผ่านพายุไต้ฝุ่นมา
ลู่จืออวี้ลุกขึ้นนั่งตาม แล้วเอื้อมมือกดปอยผมที่ชี้ขึ้นของเธอลงให้ แต่กดเท่าไรก็ไม่อยู่ มันชี้ขึ้นมาอีกจนได้
“ไม่ได้รังเกียจสักหน่อย เวลานอนตะแคง หมอนข้างจะช่วยพยุงเอวกับท้อง ช่วงนี้กลางคืนเธอพลิกไปพลิกมานอนหลับไม่สนิท ถ้ามีหมอนแล้วน่าจะดีขึ้นเยอะ”
“อีกอย่าง ต้องซื้อแบบคุณภาพดีหน่อย ถ้าใยยัดข้างในไม่ดี ใช้ไปก็ยุบ เธอประหยัดเงินเรื่องนี้ไม่ได้”
“รู้เรื่องนี้ด้วยเหรอ” เธอเอียงคอมองเขาอย่างแปลกใจเล็กน้อย
“ฉันลองหาข้อมูลในเน็ตมา หมอนคนท้องมีทั้งแบบตัวยูกับตัวซี แบบตัวยูช่วยพยุงได้ทั้งเอวและหลัง ใช้ได้จริงกว่าแบบตัวซี”
ซ่งเค่อหนิงเปิดผ้าห่มแล้วสวมรองเท้าแตะ “โอเค เธอพูดจนฉันยอมแล้ว”
“ฉันจะไปต้มข้าวต้มขาวสักหน่อย กินกับขนมไหว้พระจันทร์ไส้ห้าธัญพืชก็อร่อยดี มีทั้งเค็มทั้งหวาน ชีวิตก็ไม่น่าเบื่อ”
“ฉันไปต้มเอง เธอนอนต่ออีกหน่อยเถอะ” ลู่จืออวี้ลุกจากเตียงด้วย
