เมื่อรู้สึกได้ถึงสายตาร้อนผ่าวของกู้ไหว๋เฉินที่จับจ้องมาบนตัว หลินโยวหนิงก็ใจเต้นเร็วขึ้นเล็กน้อย
แปลกจริง ทั้งที่พวกเขาก็ไม่ใช่คู่แต่งงานใหม่ที่ไม่เคยมีความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยากันมาก่อน แล้วเธอจะตื่นเต้นไปทำไม
หลินโยวหนิงตำหนิตัวเองในใจ พยายามทำตัวให้สงบนิ่ง “คุณทำงานเสร็จแล้วเหรอ”
กู้ไหว๋เฉินถามว่า “อาบน้ำเสร็จแล้วเหรอ”
ทั้งสองเอ่ยขึ้นพร้อมกัน
หลังจากสิ้นเสียง ห้องทั้งห้องก็เงียบไปหลายวินาที
หลินโยวหนิงเม้มปาก ส่งเสียงอืมเบา ๆ
กู้ไหว๋เฉินชะงักไปเล็กน้อย ก่อนหลุบตาลงแล้วเอ่ยว่า “เสร็จแล้ว ผมไปอาบน้ำล้างหน้าก่อน”
หลินโยวหนิงตอบว่า “อ้อ”
เมื่อเห็นแผ่นหลังของกู้ไหว๋เฉินตอนเดินเข้าห้องแต่งตัวไปหยิบเสื้อผ้า แล้วเข้าไปในห้องน้ำ หลินโยวหนิงถึงได้สติขึ้นมา เธอยกมือขึ้นลูบแก้มตัวเอง แล้วพร่ำบอกตัวเองในใจให้ใจเย็น ๆ
หลินโยวหนิง ไม่มีอะไรต้องกลัว
อีกอย่าง เธอก็มีความสุขกับชีวิตคู่กับกู้ไหว๋เฉินไม่ใช่เหรอ
ถึงจะพูดกับตัวเองแบบนั้น แต่ระหว่างรอ หลินโยวหนิงก็ยังรู้สึกประหม่าอยู่ดี
คิดได้ดังนั้น เธอจึงพยายามเบี่ยงเบนความสนใจ ไม่ให้ตัวเองไปสนใจเสียงน้ำจากห้องน้ำและภาพบางอย่างที่ผุดขึ้นมาในหัว
หลินโยวหนิงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ตั้งใจจะดูวิดีโอและไถเวยป๋อฆ่าเวลา
เพิ่งเปิดเวยป๋อ หลินโยวหนิงก็เห็นข่าวของโรงละครนาฏศิลป์ กำหนดการที่พวกเธอจะไปทัวร์การแสดงต่างประเทศออกมาแล้ว
หลินโยวหนิงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนกดเข้าไปดู แล้วก็เห็นบทสัมภาษณ์ของคนคุ้นหน้า
“……”
ตอนกู้ไหว๋เฉินเดินออกมาจากห้องน้ำ หลินโยวหนิงกำลังกอดโทรศัพท์เหม่อลอยอยู่ เขาเหลือบมองเธอโดยไม่ตั้งใจ เห็นว่าเธอกำลังใจลอย
