สัมผัสได้ถึงต้นขาที่อยู่ใต้ก้น หลินโยวหนิงก็เกร็งไปทั้งตัว ใบหน้าแดงระเรื่อขณะมองกู้ไหว๋เฉิน ริมฝีปากขยับ “คุณ…ทำอะไรน่ะ” มือของกู้ไหว๋เฉินวางอยู่บนเอวเธอ เขาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “ไม่ชอบนั่งแบบนี้เหรอ”
หลินโยวหนิง: “……”
นี่คงไม่ใช่เรื่องว่าเธอชอบหรือไม่ชอบหรอก เธอแค่รู้สึกว่าท่านั่งแบบนี้มันกระอักกระอ่วนนิดหน่อย
อีกอย่าง…เธอก้มตาลง ไม่ค่อยกล้ามองตรงที่ตัวเองนั่งอยู่
“กู้ไหว๋เฉิน…” เธอเรียกเขาเสียงเบา
กู้ไหว๋เฉิน: “อืม?”
ฝ่ามือของเขาใหญ่ ลูบคลึงเอวเธอ ทิ้งสัมผัสซาบซ่านชวนให้รู้สึกซู่ซ่า
ลมหายใจของหลินโยวหนิงสะดุด เธอรู้สึกคล้ายว่ามือของกู้ไหว๋เฉินกำลังจะเลื่อนขึ้น จึงรีบห้ามไว้ “ฉันมาร่วมปาร์ตี้นะ”
“……”
กู้ไหว๋เฉินเลิกคิ้ว “แล้วไง”
อาศัยแสงไฟในห้องส่วนตัว เขามองแก้มแดงจัดของเธอแล้วรู้สึกน่าสนใจไม่น้อย
หลินโยวหนิงพูดเสียงเบา “เราอยู่ในห้องส่วนตัวนานเกินไปไม่ดีนะ”
“ถ้าไม่นานสิถึงจะไม่ดี” กู้ไหว๋เฉินตอบ
หลินโยวหนิง: “หา?”
หลินโยวหนิง: “หา?”
เธอไม่เข้าใจความหมายของเขา
เห็นท่าทางงุนงงของเธอ กู้ไหว๋เฉินยกมือปิดปากไอเบา ๆ จู่ ๆ ก็ใจอ่อน ไม่อยากแกล้งเธอต่อ “ไปเถอะ”
เขายกมือตบเอวเธอเบา ๆ น้ำเสียงทุ้มต่ำเนิบช้า “คุณลงไปก่อน”
หลินโยวหนิงขานรับว่า “อ้อ” สังหรณ์ใจว่ากู้ไหว๋เฉินดูแปลก ๆ
แต่ตอนนี้เธอก็ไม่อยากคิดอะไรมาก เธอกลัวว่ากู้ไหว๋เฉินจะรั้งเธอไว้ในห้องส่วนตัว แบบนั้นคงไม่ดีแน่
มองแผ่นหลังของหลินโยวหนิงที่เดินออกจากห้องไป กู้ไหว๋เฉินยกมือกดหว่างคิ้ว ก่อนจะเอนกายพิงพนักเก้าอี้อย่างเกียจคร้านเพื่อพักผ่อน เขาคงบ้าไปแล้วจริง ๆ
