พอพูดถึงเรื่องนี้ หลินซิ่วก็พลันนึกขึ้นได้ว่า ก่อนหน้านี้เจียงเฉียงเคยพูดเหมือนมีผู้รอดชีวิตหญิงหลายคนอยากพบเขา
แน่นอนว่าเขาไม่ได้พบใครเลย เพราะตอนนั้นเพิ่งปลุกพลังได้ไม่นาน แถมยังมีระบบอีกด้วย
ตอนนั้นเขารู้สึกว่าตัวเองเก่งสุด ๆ จึงหยิ่งยโสอยู่ไม่น้อย
แต่หลังจากสงบสติอารมณ์อยู่หลายวัน เขาก็รู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องหยิ่งขนาดนั้น
ลองคิดดูดี ๆ ผู้รอดชีวิตหญิงพวกนั้นอาจอยากพึ่งพาผู้แข็งแกร่งก็ได้
หลินซิ่วส่ายหน้า ด้วยสถานะของเขาในตอนนี้ การหาผู้หญิงสักคนไม่ใช่เรื่องง่ายดายหรอกหรือ
“แต่ว่า...นี่ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร”
ก่อนหน้านี้ทุกครั้งที่ประกาศผ่านเครื่องกระจายเสียง เรียกทุกคนในขบวนรถไฟมาฟังและจัดสรรภารกิจประจำวัน เขาก็รู้สึกว่าคอแทบจะแห้งผากอยู่แล้ว
เขาต้องการผู้ช่วย
ผู้ช่วยที่คอยแบ่งเบาภาระงานประจำวันให้เขา
คอยประกาศผ่านเครื่องกระจายเสียง ถ่ายทอดคำสั่ง และจัดการงานจิปาถะต่าง ๆ
ส่วนเรื่องชีวิตประจำวัน...ก็ช่วยดูแลความเป็นอยู่ของเขาได้ด้วย
ถือโอกาสจัดการเรื่องส่วนตัวของเขาไปด้วยพอดี
ได้ประโยชน์ถึงสามต่อ
ยิ่งคิด หลินซิ่วก็ยิ่งรู้สึกว่าความคิดนี้ยอดเยี่ยมสุด ๆ
“ฉันนี่มันอัจฉริยะจริง ๆ” เขาอดพึมพำออกมาเบา ๆ ไม่ได้
ถ้าอย่างนั้น ปัญหาก็อยู่ที่ว่า
จะเลือกใครดี?
หลินซิ่วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ข้อแรกต้องหน้าตาดี ข้อสองต้องอายุน้อย ถ้าเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยด้วยก็ยิ่งดี
สายตาของเขากวาดผ่านใบหน้าทีละคน ขณะลอบคำนวณอยู่ในใจ
