เซี่ยฝูกล่าวต่อว่า “นายท่านสั่งไว้ว่า หากเซี่ยอี้ไม่มีความดีความชอบอยู่บ้าง คงหักขาแล้วขับไล่ออกจากตระกูลเซี่ยไปแล้ว!”
“ดี ดี ดี นี่แหละบิดาแท้ ๆ ของข้า!” เซี่ยอี้โกรธจนหัวเราะออกมา
เซี่ยฝูเกลี้ยกล่อมต่อว่า “คุณชายอี้ นายท่านกำลังเดือดดาลอยู่พอดี อย่างไรเสียท่านก็สังหารพ่อบ้านรอง ฮูหยินรองก็เอาแต่ร้องห่มร้องไห้คิดสั้น ท่านออกจากตระกูลเซี่ยไปก่อนเถิด รอให้นายท่านหายโกรธ บางทีท่านอาจได้กลับมา”
“กลับมา?”
เซี่ยอี้แค่นเสียงเย็นชา “ในเมื่อเขาขับไล่พวกเราออกจากตระกูลเซี่ย ข้าก็จะไม่มีวันกลับมาอีก! ม้าดีไม่กินหญ้าข้างทาง เขาจะต้องเสียใจ!”
เมื่อได้ยินว่าเซี่ยอี้คิดจะจากไป ท่านอาฝูจึงเอ่ยเสียงต่ำว่า “คุณชายอี้ รีบไปเสียเถิด! อย่าปล่อยให้ศัตรูที่ท่านล่วงเกินเมื่อแปดปีก่อนรู้ตัว!”
“ข้ามีแผนของข้า”
เซี่ยอี้ประคองมารดากลับเข้าห้อง แล้วปิดประตู
ในเมื่อเซี่ยอวิ๋นเซียวสั่งให้เขาออกไปก่อนพลบค่ำ เขาก็ใช้เวลาช่วงนี้ยกระดับการบำเพ็ญของตนได้พอดี
หลังจากอิวหลินนั่งลง ก็พลันรู้สึกปลอดโปร่งขึ้น สูดกลิ่นหอมชื่นใจสายหนึ่งเข้าสู่ปอด สบายเสียจนมิอาจบรรยาย
“อี้เอ๋อร์ เหตุใดห้องของเจ้าจึงดูไม่เหมือนเดิม?”
เซี่ยอี้ยิ้มกล่าว “ท่านแม่ นั่งพักที่นี่สักครู่เถิด ข้าจะยกระดับการบำเพ็ญ ในเมื่อจะจากไป พวกเราจะทำตัวราวกับสุนัขไร้บ้านไม่ได้”
อิวหลินกล่าวอย่างกังวล “พอลองคิดดู เซี่ยอวิ๋นเซียวไร้เมตตาและใจดำเช่นนี้ พวกเราจากไปก็ดีเหมือนกัน เพียงแต่หลังจากนี้เราจะไปที่ใด หากคนที่เจ้าเคยล่วงเกินในตอนนั้นตามมาสังหาร จะทำอย่างไร?”
“ท่านแม่วางใจเถิด ข้ามีแผนของข้า!”
เซี่ยอี้เพียงบอกว่าตนมีแผน แต่ไม่ได้อธิบายอะไรให้มากความ จากนั้นก็นั่งลงตรงกลางค่ายกลทันที
ยามนี้พลังวิญญาณจากทั่วทุกสารทิศหลั่งไหลมารวมกัน เมื่อบวกกับพลังวิญญาณที่แผ่ออกมาจากแร่เหล็กวิญญาณแล้ว ก็เข้มข้นยิ่งนัก
