แม้เจ้าเมืองหลิวจะหมกมุ่นอยู่กับการฝึกตน แต่เขาก็เป็นขุนนางคนหนึ่ง ทั้งยังเจนจัดและรู้จักวางตัวในวงราชการ
ในเมื่อจัดการอีกฝ่ายไม่ได้ เช่นนั้นสู้ผูกมิตรไว้ยังจะดีกว่า
สู้เขาไม่ได้ก็เข้าร่วมกับเขาเสียเลย
ดังนั้นเขาจึงเปลี่ยนใจจากเดิม เพียงกล่าวว่าตนมาช่วยเหลือ
แท้จริงแล้ว ตอนนี้เซี่ยอี้ต้องการกำลังคนอยู่พอดี
เดิมทีผู้ดูแลเหมืองเหล็กภูเขาหงหยาสวามิภักดิ์ต่อเขา ทว่าหลังจากทรยศก็ถูกเขาสังหาร อีกทั้งคนงานเหมืองจำนวนมากยังหลบหนีไป ตอนนี้เซี่ยอี้จึงมีเพียงเซี่ยไฉ หงชี และคนอื่น ๆ ไม่กี่คนให้ใช้งาน กำลังคนไม่เพียงพอ
เมื่อเจ้าเมืองหลิวแสดงไมตรี เซี่ยอี้ก็ไม่ได้ปฏิเสธ
“ผู้อาวุโสหลิวช่วยเหลือถึงเพียงนี้ เซี่ยอี้ขอขอบคุณ”
เจ้าเมืองหลิวพยักหน้ายิ้ม แล้วกล่าวต่อว่า “คุณชายเซี่ย เคยคิดหรือไม่ว่า แม้เจ้าจะสังหารศัตรูเหล่านี้แล้ว แต่วิกฤตที่แท้จริงเพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น”
ต่อให้เจ้าเมืองหลิวไม่พูด เซี่ยอี้ก็คิดเรื่องนี้ได้
เรื่องที่เขามีเคล็ดวิชาและวิชาต่อสู้อันแข็งแกร่งแพร่กระจายออกไปอย่างกว้างขวางแล้ว สมบัติล้ำค่าย่อมชวนให้คนหวั่นไหว ผู้โลภมีมากมาย สังหารคนกลุ่มหนึ่งไปก็ยังมีกลุ่มใหม่ตามมา แถมศัตรูยังแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ!
ตอนนี้เซี่ยอี้มีทางเลือกเพียงสองทาง ทางแรกคือรีบหลบหนี พามารดาไปยังสถานที่ที่ไม่มีใครรู้จัก แล้วเก็บตัวฝึกตน ส่วนทางที่สองคือหาขุมกำลังอันแข็งแกร่งเพื่อสวามิภักดิ์และขอความคุ้มครอง
แต่เซี่ยอี้ไม่ต้องการเลือกทั้งสองทาง
เขาครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนกล่าวว่า “ในเมื่อผู้อาวุโสหลิวมาช่วย เช่นนั้นผู้เยาว์ก็ขอรับน้ำใจไว้”
เขากล่าวต่อว่า “ข้าต้องการปิดด่านสักสองสามวัน ระหว่างที่ปิดด่าน รบกวนท่านเจ้าเมืองช่วยคุ้มครองมารดาของข้ากับคนอื่น ๆ ด้วย”
“เรื่องเล็กน้อย”
เจ้าเมืองหลิวหัวเราะเสียงดัง แล้วรีบจัดการสั่งการให้ทหารกององครักษ์ค่ายกลางคุ้มกันภูเขาทั้งลูก แบ่งกำลังเป็นสามชั้นบนล่าง ปิดล้อมเสียจนแม้แต่น้ำก็ไหลผ่านไม่ได้
