ขบวนรถเดินหน้าต่อ แต่หลังจากเจอเหตุระเบิดแสวงเครื่อง ทุกคนก็ระมัดระวังกันมากขึ้น ความเร็วรถลดจาก 80 เหลือราว 60
ความเร็วระดับนี้กำลังพอดี
ถ้าเจออันตรายก็เหยียบเบรกกะทันหันจนหยุดได้ทันที ไม่พุ่งเลยไปหลายเมตร อีกทั้งถ้ามีคนไล่ตามอยู่ข้างหลังก็เร่งความเร็วหนีได้ทันที
ขับไปได้ไม่กี่ร้อยเมตร กลุ่มติดอาวุธฝ่ายต่อต้านซึ่งนั่งรถกระบะมาสามคันก็พุ่งออกมาจากทะเลทรายด้านข้าง
เดิมทีพวกนั้นมุ่งหน้าไปยังจุดระเบิดโดยตรง แต่พอเห็นขบวนรถของสถานกงสุลก็หักเลี้ยวไล่ตามมาทันที
“พบกลุ่มติดอาวุธทางขวา!” เหยาผิงอันสังเกตเห็นภัยคุกคามเป็นคนแรก จึงเตือนทุกคนในขบวนรถ
“เร่งเครื่องหนีไป” นี่คือคำสั่งของหวังไห่
เหยาผิงอันชะงักไปเล็กน้อยก่อนตอบ “พี่ไห่ ปล่อยพวกมันไปไม่ได้ ไม่อย่างนั้นแผนปฏิบัติการของเราอาจรั่วไหล”
ปลายสายวิทยุเงียบไปสองวินาที หวังไห่ถึงค่อยนึกขึ้นได้ “ลดความเร็ว ถ้าฝ่ายนั้นยิงมาให้สวนกลับทันที จัดการให้หมด ผิงอัน นายรีบจัดการคนขับกับพลปืนกลก่อน”
“รับทราบ!”
ขบวนรถเริ่มลดความเร็ว ไม่นานก็เหลือราว 40
ส่วนรถกระบะด้านหลังก็เร่งเครื่องไล่ตามมาอย่างไม่คิดชีวิต
พอระยะห่างเหลือประมาณ 50 เมตร เสียงปืนจากด้านหลังก็ดังขึ้น กระสุนหวีดหวิวเฉียดผ่านตัวรถไป
“หยุดรถ! ยิงโต้กลับ!”
ขบวนรถหยุดกึก รถจี๊ปแรงเลอร์ของเหยาผิงอันและพวกหันกลับไป รถทั้งสามคันจอดขวางกลางถนน โดยเว้นช่องยิงให้กัน
เปิดประตูลงจากรถ
พาดปืนไรเฟิลบนฝากระโปรงแล้วยกขึ้นเล็ง
ปัง ปัง ปัง!
