วันรุ่งขึ้นยังมีธุระต้องจัดการอีก
เดิมทีสวีเซิ่งตั้งใจจะพาครอบครัวพ่อตารีบกลับหมู่บ้านดาวแดงไปหาหวยโหรว แต่ในเมื่ออุตส่าห์เข้าเมืองมาได้ทั้งที เขาจึงตัดสินใจจัดการธุระให้เรียบร้อยก่อน
ห้องพักแขกของตระกูลกู้ปูที่นอนสปริงแท้ ๆ นุ่มจนเขานอนไม่ค่อยหลับตลอดทั้งคืน
สวีเซิ่งจึงสวมเสื้อคลุมแล้วลุกขึ้น เปิดประตูอย่างเบามือเบาเท้า
ทางเดินเงียบสงัด มีเพียงแสงไฟสีเหลืองสลัวจากทางครัว
สวีเซิ่งเดินไปดู ก็เห็นหลินซู่เฟินกำลังยุ่งอยู่ในครัว วางกาต้มน้ำลงบนเตาถ่าน
“แม่ ตื่นเช้าจังเลยครับ”
หลินซู่เฟินหันกลับมา ขอบตายังแดงอยู่ “นอนไม่หลับน่ะ”
หญิงชราซับมือ แล้วล้วงห่อผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กจากกระเป๋า ค่อย ๆ คลี่ออกทีละชั้น
ข้างในเป็นกำไลหยกหนึ่งคู่กับต่างหูหยกเนื้อแพะหนึ่งคู่ เนื้อหยกใสแวววาว ดูปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นของเก่า
“เสี่ยวเซิ่ง นี่เป็นสินเดิมของแม่”
หลินซู่เฟินยัดของใส่มือสวีเซิ่ง “เอากลับไปให้หวยโหรวนะ กำไลเป็นของเธอ ส่วนต่างหู...รอไฉ่ไฉ่โตแล้วค่อยให้เธอ”
สวีเซิ่งรู้สึกหนักอึ้งขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
“แม่ครับ ของพวกนี้มีค่ามากเกินไป...”
“จะมีค่าอะไรนักหนา” หลินซู่เฟินปาดน้ำตา “ทั้งชีวิตแม่มีลูกสาวอยู่คนเดียว ของพวกนี้เดิมทีก็เก็บไว้ให้เธออยู่แล้ว”
“ควรให้เธอไปตั้งนานแล้ว ถ้าให้ไปตั้งแต่สิบปีก่อน แม่ก็คงไม่อึดอัดใจขนาดนี้”
สวีเซิ่งไม่ปฏิเสธอีก เขาห่อกำไลกับต่างหูอย่างระมัดระวัง แล้วเก็บไว้ในกระเป๋าเสื้อด้านใน
“แม่ไม่ต้องห่วงนะครับ พอกลับไปผมจะสวมให้หวยโหรวเลย”
