จี้อวิ๋นซั่วฝันมาหลายครั้งแล้ว
คราวนี้เขาเป็นกัปตันเรือ
เป็นคนถือหางเสือ
ทะเลกว้างใหญ่มีแต่น้ำ ลมทะเลค่อนข้างแรง พัดพากลิ่นเค็มชื้นปะทะใบหน้า
จี้อวิ๋นซั่วจับพวงมาลัยเรือไว้ เบื้องหน้าคือท้องฟ้ากับผืนทะเล ซึ่งยังบรรจบเป็นผืนเดียวกันตรงสุดขอบสายตา จนแทบแยกไม่ออกว่าเส้นแบ่งอยู่ตรงไหน
มีเพียงเสียงเครื่องยนต์เรือเฟอร์รีที่ครางต่ำ ๆ สั่นสะเทือนอยู่ใต้ฝ่าเท้า ราวกับหัวใจที่เต้นช้า ๆ
ในฐานะผู้ช่วยกัปตันเรือ หมิงอี๋รู้สึกกังวลอยู่บ้าง
“ความเร็วแบบนี้ไม่เร็วเกินไปหน่อยเหรอ?”
กัปตันจี้หันมามองเธอเมื่อได้ยินคำถาม “เร็วเหรอ? ไม่รู้สึกตื่นเต้นดีหรือไง?”
หมิงอี๋กุมอกที่เต้นรัวไว้ เหมือนความตื่นเต้นทำให้ฮอร์โมนพุ่งสูงจนแทบหายใจไม่ออก
“ผ่อนคลายหน่อย” กัปตันจี้ไม่มีทางยืนดูเธอเป็นอะไรไป เขาค่อย ๆ ขยับเข้ามาใกล้ ก่อนปลดสิ่งที่รัดอยู่ตรงอกของเธอ
“หายใจลึก ๆ”
คงกลัวว่าเธอจะเป็นอะไรไป กัปตันจี้จึงเบี่ยงเบนความสนใจของเธอ
จากนั้นก็เริ่มดีดกีตาร์...
แรกเริ่ม เส้นขอบฟ้าทางทิศตะวันออกเพียงซีดขาวขึ้นเล็กน้อย ราวกับมีใครใช้ปุยฝ้ายชุบน้ำเช็ดผืนฟ้าเบา ๆ
หมิงอี๋มองแสงสีขาวที่ปรากฏขึ้น ใบหน้าของเธอกลับเริ่มแดงระเรื่อเพราะความตื่นเต้น
“กัปตัน...ฉัน...”
“ฉันรู้ว่าคุณต้องการให้ช่วยผายปอด”
กัปตันจี้ปลดกระดุมคอเสื้อ ใช้นิ้วประคองริมฝีปากเธอ แล้วเริ่มลงมืออย่างจริงจัง
“หวานจัง”
เขากินมาร์ชเมลโลว์ไปสองก้อน อมไว้ในปาก จูบเธอเสร็จก็เอนศีรษะไปด้านหลัง มาร์ชเมลโลว์ยืดยาวตามไปด้วย
