หมิงหยางอายุ 19 ปี ปีนี้ ที่บ้านมีพ่อที่ติดพนัน แม่พิการ และน้องชายที่ป่วยหนัก
“เธอกับน้องชายเป็นฝาแฝดกันเหรอ?”
หมิงอี๋กอดแก้วชานมเผือกไข่มุกไว้ มีคนที่ชีวิตน่าสงสารกว่าเธอเสียอีก ทำไมถึงยังสดใสสะอาดสะอ้านได้ขนาดนี้
เห็ดน้อยหม่นหมองเริ่มแผ่ความอึมครึมออกมา
“หน้าตาแบบเธอเหมาะกับการไปประกวดไอดอล 101 มาก วงการบันเทิงหาเงินได้เร็วจะตาย”
เธอดูราวกับแม่มดตัวน้อยที่กำลังต้มยาพิษจนเดือดปุด ๆ
จากนั้นก็ยกชามหนึ่งส่งให้หมิงหยาง
ล่อลวงเขา
“เธอไม่อยากรักษาน้องชายเหรอ? ขอแค่เธอเดบิวต์”
หมิงหยางเม้มปาก “ผมไม่อยาก...” ที่จริงเขาเคยลองไปออดิชันตามกองถ่ายแล้ว
แต่ไม่คิดว่าจะไปเข้าตาผู้มีอิทธิพลคนหนึ่งเข้า
เขาไม่อยากถูกทำจนเจ็บก้นระบม
เพราะผู้มีอิทธิพลคนนั้น เขาถึงหางานอื่นไม่ได้ด้วย
ตอนแรกที่มาสมัครงาน เขาไม่ได้หวังอะไรนัก แต่ไม่คิดว่าจะผ่าน
“ถ้าไม่อยากก็ช่างเถอะ”
หมิงอี๋ฮึดฮัด ก่อนจะมองไปทางเผยเหวินตู้ที่กำลังถ่ายละครอยู่ไกล ๆ
ขาสั้นอวบอ้วนที่หุบเข้าหากันแกว่งไปมา สัมผัสก้อนกรวดเล็ก ๆ บนพื้น
“ฉันร้อนแล้ว ช่วยพัดให้หน่อย”
หมิงหยางทำตามอย่างว่าง่าย
“ฉันอยากกินแอปเปิล ปอกเปลือกให้ด้วยนะ”
“ฉันยังอยากกินตีนไก่หนังเสือด้วย ไปซื้อมาให้หน่อย”
ถ่ายละครไปได้ครึ่งทาง ซีหย่าก็มาถึง ทั้งที่ร่างกายพิการแต่ใจก็ยังมุ่งมั่น
แต่วันนี้ไม่มีฉากของเธอ
“มองไปทางนั้นสิ” หวังอิงเชิดคางชี้ไปทางหนึ่ง
ซีหย่าเห็นหมิงหยางแล้วเช่นกัน เขาวนเวียนอยู่รอบหมิงอี๋เหมือนผึ้งตัวน้อย
“เรื่องที่ให้ไปสืบมีข่าวหรือยัง?”
หวังอิงตอบ “ยังเลยค่ะ คงต้องใช้เงินฟาด โดยเฉพาะทางโรงพยาบาล หมอบอกว่าเป็นเรื่องความเป็นส่วนตัวของคนไข้ เลยปฏิเสธที่จะตอบ”
