“เพราะวันนี้พี่รู้สึกไม่เหมือนเดิมเลยค่ะ”
จะไม่เหมือนได้ยังไงล่ะ ก็ไม่ใช่คนเดิมกันแล้วนี่นา
สีหน้าเขายังคงเรียบเฉย ก่อนจะตอบส่ง ๆ ว่า “อาจเพราะได้งานพิเศษที่เงินเดือนดีก็ได้”
เจียงหวยจู๋กะพริบตาปริบ ๆ ไม่ได้ถามต่อ แค่เอ่ยว่า “งั้นพี่เหนื่อยไหมคะ?”
น้ำเสียงนุ่มนิ่ม ดวงตาฉ่ำวาว ราวกับลูกแมวตัวน้อยที่เพิ่งโดนฝนมา ชวนให้รู้สึกอยากปกป้องขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
เจียงฉือมองดวงตาคู่นั้นของเธอ พลังทำลายล้างสูงเกินไปแล้วไหมเนี่ย
“ก็พอไหว” เขาตอบ
เขาเดินไปข้างเตียง เจียงหวยจู๋ขยับไปด้านข้าง เปิดที่ว่างเล็ก ๆ ไว้ให้
เจียงฉือเหลือบมองเตียงคนไข้เดี่ยว มันไม่ใหญ่ ถ้านั่งกันสองคนคงเบียดกันน่าดู จึงพูดว่า “เตียงเล็กไป พี่ไม่นั่งดีกว่า”
เจียงหวยจู๋ชะงักไป
เธอก้มหน้าลง นิ้วมือกำชายผ้าห่มไว้แน่น น้ำเสียงเบาราวกับเสียงยุง “พี่ไม่อยากนั่งด้วยกันเหรอคะ...รังเกียจหนูหรือเปล่า?”
เจียงฉือ: “……”
ใครจะทนไหวกันล่ะ
เขารีบโบกมือ “พี่จะรังเกียจน้องสาวตัวเองได้ยังไง น้องสาวพี่น่ารักขนาดนี้ แค่หนูไม่รังเกียจพี่ก็พอแล้ว”
เขาทนเห็นน้องสาวทำหน้าเหมือนถูกแกล้งไม่ได้จริง ๆ ทั้งที่เธอไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย แต่พอเห็นท่าทางแบบนั้น ก็รู้สึกเหมือนตัวเองก่อบาปมหันต์ ความรู้สึกผิดท่วมท้นจนกดไว้ไม่อยู่
เจียงหวยจู๋เงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยดวงตาเป็นประกาย ก่อนจะตบขอบเตียงเบา ๆ “พี่ นั่งสิคะ”
เจียงฉือไม่ปฏิเสธอีก แล้วนั่งลงข้างเตียง
เตียงแคบจริง ๆ ไหล่ของทั้งคู่เบียดชิดกัน
ตัวเจียงหวยจู๋มีกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อจาง ๆ ผสมกับกลิ่นหอมสะอาดของน้ำยาซักผ้า หอมดีทีเดียว
เจียงฉือยื่นมือไปขยี้หัวเธอ เส้นผมนุ่มลื่นมือ
“อยู่ที่นี่ตั้งใจเรียนดีหรือเปล่า?”
เจียงหวยจู๋ยืดหลังตรง ใบหน้าเล็ก ๆ ดูจริงจังขณะมองเขา “ตั้งใจเรียนค่ะ ถ้าไม่เชื่อจะทดสอบหนูก็ได้นะ”
ท่าทางของเธอทำให้เจียงฉือหลุดหัวเราะ “พี่เชื่ออยู่แล้ว น้องสาวพี่ฉลาดจะตาย”
เจียงหวยจู๋เชิดหน้าเล็กน้อย น้ำเสียงแฝงความภูมิใจที่ซ่อนไม่มิด “แน่นอนอยู่แล้วค่ะ”
เจียงฉือมองเธอ นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนถามต่อ “อยู่ที่นี่เบื่อไหม?”
แววตาของเจียงหวยจู๋ไหววูบ
ความเหงาแล่นเข้ามาเพียงชั่วครู่ แล้วก็หายไปอย่างรวดเร็ว
“ไม่เบื่อค่ะพี่”
เจียงฉือมองเธอ
ยัยบ๊อง
เบื่อแท้ ๆ ยังจะบอกว่าไม่เบื่ออีก
คิดว่าพี่ไม่รู้จักเราหรือไง
เขาเคยเห็นเส้นเรื่องของเจียงหวยจู๋ในเกม เธอเข้าโรงพยาบาลเป็นเวลานาน ไม่มีเพื่อนวัยเดียวกัน กิจวัตรในแต่ละวันมีแค่อ่านหนังสือ มองออกไปนอกหน้าต่าง แล้วรอพี่ชายมา โลกของเธอมีเพียงห้องพักผู้ป่วยนี้กับท้องฟ้าผืนเล็ก ๆ นอกหน้าต่าง
“มีอะไรก็บอกพี่” น้ำเสียงของเจียงฉืออ่อนลงเล็กน้อย “ถึงต้องโดดเรียน พี่ก็จะมาหา”
เมื่อได้ยินคำพูดนั้น เจียงหวยจู๋ก็รู้สึกหวานชื่นในใจ แต่ก็ไม่กล้าคิดไปไกล
เหมือนอยากมีความสุข แต่ก็ไม่กล้ามีความสุขมากเกินไป กลัวว่าพอชินแล้วจะตัดใจไม่ได้
ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังถามเสียงเบา “พี่จะรู้สึกว่าหนูเป็นภาระไหมคะ?”
เจียงฉือมองใบหน้าเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยความระแวดระวัง น้ำเสียงจริงจังขึ้น “อย่าพูดแบบนั้น พี่จะโกรธนะ เข้าใจไหม?”
เจียงหวยจู๋ชะงักไป ก่อนจะพยักหน้าเล็ก ๆ อย่างว่าง่าย
เจียงฉือครุ่นคิด แล้วถามต่อ “อยากอ่านนิยายไหม หรือการ์ตูนอะไรพวกนั้น คราวหน้าพี่เอามาให้”
“พี่เลือกมาให้หนูสักสองสามเล่มก็ได้ค่ะ” เจียงหวยจู๋ตอบแทบจะทันที “พี่เลือกอะไร หนูก็ชอบอ่านทั้งนั้น”
เจียงฉือแกล้งทำท่าคิด ก่อนเอ่ยว่า “งั้นพี่เอาการ์ตูนการ์ดแคปเตอร์ซากุระมาให้นะ”
เจียงหวยจู๋ชะงักแข็งทื่อไปทันที
ปลายหูของเธอแดงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าเล็ก ๆ ก้มลงนิดหนึ่ง นิ้วมือเริ่มเล่นชายผ้าห่มโดยไม่รู้ตัว
พี่รู้ได้ยังไงว่าหนูชอบดูการ์ดแคปเตอร์ซากุระ?
หรือว่าเขาเห็นตอนหนูแอบดูครั้งก่อนแล้ว?
เขาจะคิดไหมว่าหนูยังเด็กไม่รู้จักโต...ฮือ ๆ
เจียงฉือเห็นท่าทีของเธอแล้วเริ่มไม่แน่ใจ “ไม่ชอบเหรอ?”
น่าจะชอบมากไม่ใช่เหรอ? ในเนื้อเรื่องเกมก็พูดถึงไว้
แต่ทำไมน้องสาวเขาถึงดูเขินขนาดนั้นล่ะ
เขาครุ่นคิด แล้วเสริมว่า “พี่ชอบดูการ์ดแคปเตอร์ซากุระมากเลย นึกว่าเธอก็น่าจะชอบเหมือนกัน”
เจียงหวยจู๋เงยหน้าขึ้นมองเขาตรง ๆ “พี่ก็ชอบดูการ์ตูนสาวน้อยเวทมนตร์เหรอคะ?”
เจียงฉือไม่ได้โกหก
ตอนเด็ก ๆ ในชาติก่อน เขาชอบดูจริง ๆ ทั้งเร้าใจทั้งอบอุ่นหัวใจ
เขายังดูปาลาลาเสี่ยวโม่เซียนกับเถียนซินเก๋อเก๋อด้วย พวกนั้นเป็นวัยเด็กของเขาเลยนะ
“ทำไมจะไม่ชอบล่ะ?” เขาพูด “การ์ดแคปเตอร์ซากุระน่ารักจะตาย เหมือนเธอเลย แถมยังเร้าใจและให้พลังบวกด้วย แล้วเธอชอบดูไหม?”
เจียงหวยจู๋ก้มหน้าลง ดูเหมือนจะเขินอยู่บ้าง ผ่านไปหลายวินาทีถึงค่อยตอบเสียงเบา “อื้อ หนูชอบดูมากค่ะ”
ปลายหูยังคงแดงระเรื่อ
หลังจากนั้นเจียงฉือก็คุยกับน้องสาวเรื่องที่โรงเรียนอีกหลายเรื่อง
ครูคนไหนชอบสอนเกินเวลา กับข้าวจานไหนในโรงอาหารแย่ที่สุด เพื่อนที่นั่งข้าง ๆ แอบเล่นมือถือระหว่างเรียนแล้วโดนครูประจำชั้นจับได้
บางเรื่องมาจากเศษเสี้ยวความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม บางเรื่องเขาก็แต่งขึ้นเอง แต่เจียงหวยจู๋ฟังอย่างตั้งใจ ยิ้มเป็นครั้งคราวจนดวงตาหยีเป็นเสี้ยวจันทร์
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
เจียงฉือมองออกไปนอกหน้าต่าง ฟ้าเริ่มมืดแล้ว ไฟตามทางเดินสว่างขึ้น
“ดูเหมือนจะหกโมงกว่าแล้วนะ” เขาลุกขึ้นยืน
เจียงหวยจู๋รู้มานานแล้วว่าเริ่มดึก
แต่ตอนเจียงฉือหันไปมองข้างนอก มือของเธอกลับเผลอคว้าชายเสื้อเขาไว้
แล้วก็รีบปล่อยมือก่อนที่เจียงฉือจะหันกลับมา
“พี่ ดึกแล้ว กลับเถอะค่ะ” เธอยิ้มบาง ๆ “พรุ่งนี้พี่ยังต้องไปเรียนอีกนะ”
เจียงฉือพยักหน้า “มีอะไรก็โทรหาพี่นะ วันอาทิตย์หน้าเดี๋ยวพี่มาเยี่ยม”
“รู้แล้วค่ะพี่ ไม่ต้องเป็นห่วงหนูนะ”
เจียงฉือลุกขึ้น เดินออกจากห้องพักผู้ป่วย
ก่อนประตูจะปิด เขาหันกลับไปมองอีกครั้ง
เจียงหวยจู๋นั่งอยู่บนเตียง ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมถึงเอว โบกมือให้เขา รอยยิ้มบนใบหน้าดูว่าง่ายน่ารัก
ประตูปิดลง
เจียงหวยจู๋มองห้องพักผู้ป่วยที่ว่างเปล่า รอยยิ้มค่อย ๆ เลือนหายไป
ในใจรู้สึกเศร้านิดหน่อย
แต่ก็ไม่ได้เศร้าขนาดนั้น
เพราะวันอาทิตย์หน้าเขาก็จะมาอีก
แถมยังบอกว่าจะเอาการ์ตูนการ์ดแคปเตอร์ซากุระมาให้ด้วย
“วันอาทิตย์หน้า รีบมาถึงสักทีนะ”
