พลาดแล้ว ไม่ควรเติมน้ำลงสระเลย
เฟิงเยี่ยนยกมือดึงเนกไทที่รัดแน่น เขารู้สึกอึดอัดในอกขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ ทว่าสายตากลับจับจ้องหน้าจอโทรศัพท์ไม่กะพริบ กลัวว่าจะพลาดภาพใดภาพหนึ่งไป
“ตอนร้องไห้คงยิ่งน่าดึงดูดใจ...”
ดวงตาของซวงอวี่ที่อยู่ในสระแดงเรื่อ เขากวาดมองห้องน้ำอย่างงุนงง
ทำไมถึงรู้สึกเหมือนมีคนกำลังจ้องอยู่เลยนะ?
เขาคงคิดมากไปเอง
ซวงอวี่ส่ายหน้า ก่อนลุกขึ้นเดินไปยังกระจกอ่างล้างหน้า หยิบผ้าเช็ดตัวที่พับวางเป็นระเบียบบนชั้นมาเช็ดหยดน้ำบนตัวจนแห้ง
ในกระจกมีเงาของเขาสองร่าง ร่างหนึ่งชัดเจน อีกร่างเลือนราง
เพราะไม่อาจปล่อยให้ผีร้ายสัมผัสร่างจริงของตัวเองได้ เพื่อป้องกันไม่ให้พวกมันคืนชีพขึ้นมาฆ่าคนและล้างแค้น เขาจึงไม่ได้เข้าสิงร่างเจ้าของเดิม
แต่หลังจากกินยาของยมโลกเข้าไป เขาก็เปลี่ยนกายวิญญาณของตัวเองให้กลายเป็นร่างเนื้อ แล้วสวมไข่มุกวิญญาณเพื่อจำแลงเป็นรูปลักษณ์ของเจ้าของร่างเดิม
สิ่งที่เขาเห็นยังคงเป็นรูปลักษณ์ดั้งเดิมของตัวเอง แต่ในสายตาคนนอก เขากลับมีหน้าตาเหมือนเจ้าของร่างเดิม
ส่วนเงาเลือนรางในกระจกก็คือตัวตนที่แท้จริงของวิญญาณร้าย
เพื่อป้องกันไม่ให้ผีร้ายหลบหนี ซวงอวี่จึงขังมันไว้ในไข่มุกวิญญาณ
มันตายไปพร้อมกับความแค้นเต็มอก ใบหน้าเขียวคล้ำ เขี้ยวงอกยาว ร่างกายเน่าเปื่อย ทั้งตัวยังแผ่กลิ่นอายผีเข้มข้น ดูน่าสยดสยองและน่าหวาดกลัว
“ไปกันเถอะ ไปคลายความแค้นของนาย”
แววสงสารวาบผ่านดวงตาซวงอวี่ เขาลูบไข่มุกวิญญาณที่ห้อยอยู่ตรงลำคอเบา ๆ ปลอบโยนผีร้ายที่พูดไม่ได้อย่างไร้เสียง จากนั้นก็แต่งตัวให้เรียบร้อยแล้วออกจากคฤหาสน์ไป
ไม่นานหลังจากเขาจากไป เฟิงเยี่ยนก็เดินเข้าไปในห้องน้ำ
เขาหยิบผ้าเช็ดตัวที่ซวงอวี่ใช้แล้วขึ้นมา วางไว้ตรงปลายจมูกแล้วสูดกลิ่นเบา ๆ ริมฝีปากบางยกยิ้ม แววตาวาววับด้วยความมุ่งมั่นที่จะครอบครอง
เมื่อซวงอวี่กลับมาถึงห้องจัดเลี้ยง ก็เห็นเซิ่งเซียวหรานเดินออกไปอย่างเร่งรีบพอดี
ริมฝีปากสีอ่อนเผยรอยยิ้ม เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพิมพ์ข้อความ
ติ๊ง
โทรศัพท์ของเกาอี๋เหวิน คู่แข่งของเหยียนเชียนเชียนดังขึ้น
เดิมทีเธอเป็นตัวท็อปของสตาร์ไชน์เอ็นเตอร์เทนเมนต์ แต่เพราะเหยียนเชียนเชียนเข้ามา เธอจึงถูกดองงาน ทั้งงานโฆษณาและบทละครที่ควรเป็นของเธอก็ถูกแย่งไปหมด เธอจึงผูกใจเจ็บเหยียนเชียนเชียนมานานแล้ว
ภาพถ่ายหนึ่งใบกับข้อความหนึ่งประโยคทำให้เกาอี๋เหวินตื่นตัวขึ้นมาทันที
ในภาพ เหยียนเชียนเชียนเปลือยกายอยู่กลางแจ้งกับผู้หญิงอีกคน
ข้อความที่แนบมาคือ: “เรือนกระจก ไปตอนนี้ก็ยังทันดูเรื่องสนุก”
เกาอี๋เหวินตามหาจุดอ่อนของเหยียนเชียนเชียนมานานแล้ว แต่ผู้หญิงคนนั้นระแวดระวังเกินไป เธอจึงยังจับผิดไม่ได้สักที
ตอนนี้โอกาสอยู่ตรงหน้าแล้ว เธอย่อมไม่ปล่อยให้หลุดมือ
อย่างไรสัญญากับสตาร์ไชน์ก็ใกล้หมดแล้ว เขาว่ากันว่าภูเขาลูกเดียวมีพยัคฆ์สองตัวไม่ได้ เธอไม่คิดจะต่อสัญญากับสตาร์ไชน์อยู่แล้ว จึงไม่สนใจด้วยซ้ำว่าจะแตกหักกับบริษัท
ถ้าจะก่อเรื่อง ก็ต้องก่อให้ใหญ่โต
เกาอี๋เหวินยิ้มเย็น มั่นใจว่าตัวเองคิดแผนออกแล้ว เธอสวมรองเท้าส้นสูงเดินไปหาเจ้าภาพหญิงของงานเลี้ยงคืนนี้—หลี่อวี่ซู
หลี่อวี่ซูเคยเป็นราชินีจอเงินที่โด่งดังไปทั่วประเทศ ทว่าในช่วงที่กำลังรุ่งโรจน์ที่สุด เธอกลับเลือกวางมือจากวงการและแต่งงานกับเฟิงฮ่าวหลิน ผู้ทรงอิทธิพลอันดับหนึ่งของประเทศจีน
คุณนายเฟิงชอบทำการกุศล นี่เป็นครั้งแรกที่เธอจัดงานเลี้ยงการกุศลในคฤหาสน์ของตัวเอง ทุกคนต่างพยายามแทบตายเพื่อให้ได้บัตรเชิญใบนี้มา
เกาอี๋เหวินกับเธอพอมีไมตรีกันอยู่บ้าง ระหว่างที่เข้าไปคารวะด้วยการชนแก้ว เธอก็เอ่ยปากขอเข้าไปชมเรือนกระจกของอีกฝ่าย
คนนอกต่างรู้กันว่าคุณนายเฟิงชื่นชอบดอกไม้และต้นไม้ เรือนกระจกของเธอมีชื่อเสียงมานาน เมื่อมีคนเอ่ยปากขึ้นมา คนอื่น ๆ จึงพากันคล้อยตาม อยากไปชื่นชมพรรณไม้ล้ำค่าหายากเหล่านั้นด้วย
หลี่อวี่ซูย่อมดีใจมากที่มีคนชอบสิ่งเดียวกับเธอ เธอยิ้มแย้มพาทุกคนออกจากห้องจัดเลี้ยง
ซวงอวี่แทรกตัวเข้าไปในกลุ่มอย่างแนบเนียน ผู้คนจำนวนมากพากันมุ่งหน้าไปยังเรือนกระจก
“เป็นอย่างไรบ้าง เจอเบาะแสของเชียนเชียนหรือยัง?”
ข้างน้ำพุ เซิ่งเซียวหรานพบกับผู้ช่วยแล้วถามอย่างร้อนใจ
“ผมค้นหาบริเวณรอบ ๆ แล้ว แต่ยังไม่พบคุณหนูเหยียนครับ”
ผู้ช่วยที่ค้นหาทั่วทั้งบริเวณงานเลี้ยงแล้วรีบตอบ
เซิ่งเซียวหรานตกอยู่ในห้วงความคิด แสงสว่างวาบขึ้นในสมอง เขาถามขึ้นทันทีว่า “ไอ้คนไม่ได้เรื่องจากตระกูลไป๋ก็มาด้วยหรือเปล่า?”
คนไม่ได้เรื่องจากตระกูลไป๋?
ผู้ช่วยมีสีหน้าฉงน ผ่านไปครู่หนึ่งถึงนึกได้ว่าคนไม่ได้เรื่องที่ประธานเซิ่งพูดถึงคือเศรษฐีใหม่ที่กำลังตามจีบคุณหนูเหยียนอย่างหนักในช่วงนี้
ตามปกติแล้ว ตัวละครเล็ก ๆ แบบนั้นไม่มีทางได้รับเชิญ แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ที่อีกฝ่ายจะใช้ช่องทางพิเศษแอบเข้ามา
“ผมจะไปตรวจสอบรายชื่อแขกเดี๋ยวนี้ครับ!”
ผู้ช่วยขมวดคิ้วแน่นกล่าว ทั้งคู่ต่างเป็นห่วงมากว่าไอ้สารเลวนั่นจะทำร้ายเหยียนเชียนเชียน
“เสี่ยวหราน?”
เสียงอ่อนโยนของหลี่อวี่ซูดังขึ้นจากด้านหลัง
เซิ่งเซียวหรานหันกลับไป เห็นผู้คนกลุ่มใหญ่ยืนอยู่ตรงนั้น
“คุณป้าครับ ทำไมถึงออกมาล่ะครับ?”
เรื่องที่เหยียนเชียนเชียนหายตัวไปไม่สะดวกจะพูดต่อหน้าคนอื่น เขาส่งสายตาให้ผู้ช่วยไปสืบข่าวของไป๋ซวงอวี่ ส่วนตัวเองก็เดินเข้าไปทักทายหลี่อวี่ซู
“ป้าจะพาพวกเขาไปชมเรือนกระจก ถ้าไม่มีธุระอะไรก็ไปด้วยกันสิ”
หลี่อวี่ซูเอ่ยชวน
เซิ่งเซียวหรานร้อนใจมาก แต่เจ้าภาพของงานเอ่ยปากชวนแล้ว เขาก็ปฏิเสธไม่ลง จึงได้แต่ข่มความกังวลในใจแล้วไปยังเรือนกระจกพร้อมกับทุกคน
พ่อบ้านที่ได้รับข่าวล่วงหน้าเปิดไฟในเรือนกระจกไว้เรียบร้อยแล้ว
ทุกคนเดินเข้าไปในเรือนกระจก
เรือนกระจกมีขนาดใหญ่มาก เต็มไปด้วยพืชพรรณล้ำค่าหลากหลายชนิดที่หาได้ยากในตลาด พูดได้เลยว่ามีขนาดเทียบเท่าสวนพฤกษศาสตร์ขนาดย่อม
หลี่อวี่ซูแนะนำพืชพรรณต่าง ๆ ให้ทุกคนอย่างกระตือรือร้น ซวงอวี่เดินรั้งท้ายขบวนอย่างไม่เร่งร้อน ส่วนเกาอี๋เหวินก็มองหาเหยียนเชียนเชียนไปทั่ว
เดินไปได้ไม่กี่ก้าว ทุกคนก็เห็นเสื้อผ้ากระจัดกระจายอยู่บนพื้น
ถุงน่อง กางเกงชั้นในตัวจิ๋ว รองเท้าส้นสูง
เห็นแค่นี้ก็รู้ว่าเป็นสถานที่ที่ชู้รักแอบมาพลอดรักกันชัด ๆ
สีหน้าหลี่อวี่ซูเปลี่ยนไปทันที เธอปรายตามองพ่อบ้านที่ตามมาด้วยอย่างเย็นชา
พ่อบ้านมีสีหน้าตื่นตระหนก “เป็นความผิดของผมเองครับ ผมน่าจะตรวจสอบให้ดีตั้งแต่ก่อนแขกจะมาถึง”
หลี่อวี่ซูให้ความสำคัญกับเรือนกระจกมาก ดอกไม้ต้นไม้ข้างในล้วนเป็นสิ่งที่เธอดูแลด้วยตัวเองตามปกติ บรรดาคนรับใช้จึงไม่ค่อยเข้ามาที่นี่ เปิดโอกาสให้ชู้รักแอบมาพลอดรักกัน
“ฉันอยากเห็นนักว่าใครกันที่กล้าทำเรื่องเหลวไหลในถิ่นของฉัน!”
หลี่อวี่ซูหน้าคล้ำ ดวงตาเย็นเยียบขณะเดินลึกเข้าไปด้านใน
รอยยิ้มสมใจวาบผ่านมุมปากเกาอี๋เหวิน เธอเตรียมรอดูเรื่องสนุก
ไม่นาน ทุกคนก็พบเหยียนเชียนเชียนกับพนักงานหญิงคนหนึ่งที่เปลือยกายกอดกันกลม
เสียงฮือฮาดังไปทั่ว
อยู่มาจนป่านนี้ เพิ่งเคยเห็นผู้หญิงสองคนด้วยกัน!
ร่องรอยบนตัวของทั้งคู่เด่นชัดสะดุดตา แค่ดูก็รู้ว่าพวกเธอเหนื่อยจนหลับไป
เสียงเอะอะทำให้เหยียนเชียนเชียนที่หมดสติอยู่สะดุ้งตื่น
ขนตายาวสั่นไหว เธอค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ความเจ็บทึบตรงท้ายทอยรุนแรงจนทนไม่ไหว เธอไม่ได้สนใจสภาพแวดล้อมรอบตัว อ้าปากก็สบถด่าทันที
“แม่งเอ๊ย ไอ้ชาติชั่วตัวไหนทำ...”
