แต่เขาไปถึงช้าเกินไป เมื่อพบครอบครัวของฟู่ชิงเหยา พวกเขาก็ตายกันหมดแล้ว แถมยังตายอย่างน่าอนาถ
เมื่อเห็นพวกเขาตายอย่างน่าสลด เขากลับรู้สึกว่าฟ้าดินยังเข้าข้างตน จึงรีบรุดไปยังบ้านของฟู่อ้ายกั๋วโดยไม่หยุดพัก
แต่กลับพบว่าฟู่อ้ายกั๋วกับเจียงเหมยฮวาตายแล้ว และยังได้ยินจากทหารองครักษ์ว่าฟู่ชิงเฉินกับฟู่ชิงเช่อเป็นคนฆ่าฟู่อ้ายกั๋วและเจียงเหมยฮวา ก่อนที่ทั้งคู่จะฆ่าตัวตายตามไป
เมื่อเห็นภาพตรงหน้า เขาก็รู้สึกว่าทุกอย่างพร้อมแล้ว เหลือเพียงลมบูรพา ซึ่งก็คือตัวเขาเอง เขาจึงฉวยโอกาสตอนที่ไม่มีใครทันระวัง ลอบเก็บเลือดของฟู่อ้ายกั๋ว ฟู่ชิงเฉิน และฟู่ชิงเช่อ ก่อนกลับไปยังอารามเต๋า
บนแท่นบูชาของอารามเต๋า ค่ายกลถูกจัดวางไว้เรียบร้อยแล้ว พื้นแท่นหินสีเขียวสลักอักขระโบราณซับซ้อนบิดเบี้ยวเต็มไปหมด จุดศูนย์กลางทั้งแปดแห่งเว้าเป็นหลุมและเปล่งแสงเย็นเยียบราง ๆ
เขายืนอยู่กลางค่ายกล ปากท่องคาถาควบคุมวิญญาณอันลึกลับ ปลายนิ้วประสานมุทรา หมอกดำพลันปั่นป่วนกลางอากาศ ก่อนจะกระชากดวงวิญญาณของครอบครัวฟู่ชิงเหยามาอย่างโหดเหี้ยม วิญญาณเหล่านั้นเต็มไปด้วยความแค้น ดิ้นรนกรีดร้องอย่างทุกข์ทรมาน ทว่ากลับถูกพลังคาถากดข่มไว้แน่น จากนั้นก็ถูกบังคับให้เข้าไปอยู่ในจุดศูนย์กลางค่ายกลทีละดวง
เขาหยดเลือดของคนในตระกูลฟู่ลงบนจุดศูนย์กลางแต่ละแห่งจนหมด เลือดสีแดงฉานไหลไปตามร่องอักขระ ลวดลายที่หม่นมัวพลันสว่างวาบด้วยสีเลือด ไอเย็นยะเยือกแผ่ซ่านขึ้นมาจากค่ายกลเป็นสาย จากนั้นเขาก็เปิดใช้งานค่ายกลอย่างสมบูรณ์
