พูดจบ ฟู่เว่ยกั๋วก็พ่นเลือดออกมาคำหนึ่ง เขากำลังเดิมพัน เดิมพันว่าเธอเป็นคนดี และจะนำเอกสารฉบับนี้ไปมอบให้ตระกูลฟู่ หากเธอไม่มอบให้ก็ไม่เป็นไร เพราะมีเพียงเขากับพ่อเท่านั้นที่อ่านข่าวกรองฉบับนี้ออก เพียงแต่น่าเสียดาย ข่าวกรองที่สหายร่วมอุดมการณ์แลกมาด้วยชีวิต เกรงว่าจะต้องจมหายไปอย่างไร้ร่องรอยเสียแล้ว
จากนั้นศีรษะเขาก็เอียงวูบ หมดสติไป
ทันใดนั้น ฟู่ชิงหลีก็ได้ยินเสียงฝีเท้าจำนวนมาก คนถืออาวุธกว่าสิบคนพุ่งเข้ามาหยุดตรงหน้าเธอ
ฟู่ชิงหลีมองคนตรงหน้า “พวกคุณเป็นคนทำร้ายเขาหรือ?”
หัวหน้ากลุ่มเห็นฟู่ชิงหลีอยู่ตรงนั้น ส่วนฟู่เว่ยกั๋วนอนหมดสติอยู่บนพื้น “อย่ามายุ่งเรื่องคนอื่น ไม่อย่างนั้นแกตายแน่”
ฟู่ชิงหลีถามกลับ “อย่างนั้นหรือ?”
แล้วต่อหน้าสายตาตกตะลึงของทุกคน เธอก็สะบัดมือ เก็บฟู่เว่ยกั๋วเข้าไปในมิติพื้นที่ “ไฉ่เอ๋อร์ ดูแลคุณลุงใหญ่ให้ดี”
ไฉ่เอ๋อร์ตอบ “ทราบแล้ว นายหญิง ไม่ต้องห่วงค่ะ”
ตอนนี้ฟู่ชิงหลีมั่นใจแล้วว่า ชายที่ชื่อฟู่เว่ยกั๋วคนนี้คือคุณลุงใหญ่ที่หายตัวไปจากชีวิตเธอเมื่อสิบปีก่อน
คนพวกนั้นเห็นคนหายไปต่อหน้าต่อตา รูม่านตาพลันหดเล็กลง แล้วถอยกรูดไปโดยไม่รู้ตัว แต่พอนึกถึงคำสั่งจากเบื้องบน หากจับคนไม่ได้ ชีวิตพวกตนคงไม่เหลือ จึงกัดฟันพุ่งเข้ามาอีกครั้ง
“แกเป็นใคร รีบส่งตัวเขามา!”
ฟู่ชิงหลีถาม “แล้วพวกคุณเป็นใคร?”
ชายที่เป็นหัวหน้าตอบ “พวกเราเป็นคนของคณะกรรมการปฏิวัติ”
“อ้อ? คนของคณะกรรมการปฏิวัติ ไม่ทราบว่าคุณลุงใหญ่ของฉันทำผิดเรื่องอะไร ถึงถูกพวกคุณทำร้ายจนอยู่ในสภาพนี้”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หัวหน้ากลุ่มก็หรี่ตาลง “คุณลุงใหญ่ของเธอหรือ? ดูท่าเธอจะเป็นพวกเดียวกับคนที่ขโมยความลับของชาติ เช่นนั้นก็อย่าหาว่าฉันไม่ปรานี! ใครก็ได้ จับตัวเธอไว้!”
