ฟู่ชิงหลีมองลู่อี้ชวนที่มีสีหน้ารู้สึกผิด “ไม่ต้องห่วง ฉันไม่เป็นไรจริง ๆ”
ลู่อี้ชวนได้ยินเช่นนั้นก็หันไปมองปีศาจต้นไม้ที่หลบอยู่ด้านข้าง แววตาพลันหม่นลง “พูดมา แกจงใจใช่ไหม? จงใจเข้าหาฉัน จงใจเอาลูกแก้วเม็ดนั้นออกมาทำร้ายอาหลี”
ปีศาจต้นไม้รีบค้าน “ไม่ใช่นะ ฉันไม่มีทางทำร้ายเจ้านายหรอก! อีกอย่าง ฉันทำสัญญานายบ่าวกับเจ้านายไว้แล้ว ถ้าเจ้านายเป็นอะไรไป ฉันก็ต้องตายตามไปด้วย แต่ถ้าฉันเป็นอะไร เจ้านายก็ไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร”
ไฉ่เอ๋อร์ได้ยินแล้วพยักหน้า “ถูกต้อง มันทำสัญญานายบ่าวกับเจ้านายจริง ๆ มันไม่กล้าทรยศหรือทำร้ายเจ้านายหรอก”
ลู่อี้ชวนถาม “แต่ลูกแก้วนั่นลอยเข้าไปในตัวหลีเอ๋อร์แบบนั้น จะไม่ทำให้เธอบาดเจ็บจริง ๆ เหรอ?”
ฟู่ชิงหลีตอบ “พอเถอะ อย่าคิดมากเลย ว่าแต่ อาจารย์ของคุณล่ะ? ทำไมเขาไม่มาด้วย?”
พอนึกถึงนักพรตเสวียนชิง ลู่อี้ชวนก็พลันนึกอะไรขึ้นมาได้ เขาตบหน้าผากตัวเองเบา ๆ “ขอโทษนะหลีเอ๋อร์ พอออกจากถ้ำ ฉันก็ตรงไปสถานีรถไฟเลย ลืมเรื่องที่เธอฝากให้ทำไปเสียสนิท”
ฟู่ชิงหลีบอก “ไม่เป็นไร ไม่ต้องรีบร้อน รออีกหน่อยก็ได้”
จากนั้นฟู่ชิงหลีก็มองปีศาจต้นไม้ “ในเมื่อเรียกฉันว่าเจ้านาย งั้นฉันตั้งชื่อให้เธอแล้วกัน”
ปีศาจต้นไม้ได้ยินแล้วดวงตาเป็นประกาย “ขอเจ้านายโปรดตั้งชื่อให้ด้วย”
ฟู่ชิงหลีมองใบไม้ไม่กี่ใบที่อยู่บนหัวมัน แต่ก็ยังดูไม่ออกว่าเป็นต้นไม้อะไร จึงถามว่า “เธอเป็นต้นอะไร?”
ปีศาจต้นไม้ตอบ “ฉันเป็นต้นอู๋ถง”
ฟู่ชิงหลีทวน “ต้นอู๋ถง...” เธอครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนเอ่ยว่า “งั้นเรียกชางอู๋ก็แล้วกัน”
เมื่อได้ยินชื่อนี้ ปีศาจต้นไม้ก็ดีใจอย่างยิ่ง รีบกล่าวว่า “ขอบคุณเจ้านายที่ตั้งชื่อให้”
ฟู่ชิงหลีโบกมือ ส่งชางอู๋กับไฉ่เอ๋อร์เข้าไปในมิติพื้นที่พร้อมกัน