ฟู่ชิงหลีตอบว่า “ได้ค่ะ”
จี้เซียงตงได้ยินดังนั้นก็รีบพูดขึ้นทันที “ฉันไปด้วย!”
ลู่หลินกล่าวว่า “ถ้าพวกเราสองคนไปกันหมด แล้วทางกลุ่มรักษาความสงบจะทำอย่างไร”
พูดจบ เขาก็หันไปมองฟู่ชิงหลี “ไปกันเถอะ”
เขาไม่เปิดโอกาสให้จี้เซียงตงได้ตอบโต้เลย พอจี้เซียงตงได้สติอีกครั้ง ก็เห็นฟู่ชิงหลีเดินไปกับลู่หลินแล้ว
ฟู่ชิงหลีไม่ได้ใส่ใจอยู่แล้วว่าใครจะไปเป็นเพื่อนเธอที่กองผลิตการเคาซาน
จากนั้นลู่หลินก็เข็นจักรยานออกมา ก่อนหันไปพูดกับฟู่ชิงหลี “ขอโทษนะ สหายฟู่ ตอนนี้กลุ่มรักษาความสงบเหลือจักรยานอยู่แค่คันเดียว ถ้าไม่รังเกียจ ฉันจะปั่นไปส่งเธอเอง”
ฟู่ชิงหลีตอบว่า “รบกวนคุณแล้วค่ะ”
ฟู่ชิงหลีไม่อิดออด รีบขึ้นนั่งบนเบาะหลังทันที เมื่อลู่หลินแน่ใจว่าเธอนั่งมั่นคงดีแล้ว เขาก็ถีบจักรยานออกไปตามทางดินด้วยเรียวขายาว
ไม่นานทั้งสองก็มาถึงกองผลิตการเคาซาน ฟู่ชิงหลีพาลู่หลินลัดไปตามทางเล็กบนเขา มุ่งตรงไปยังภูเขาด้านหลัง
ขณะที่กำลังจะเข้าใกล้ถ้ำ ฟู่ชิงหลีก็ได้ยินเสียงฝีเท้าแผ่วเบา เธอรีบยื่นมือไปดึงลู่หลิน ทั้งคู่หลบเข้าไปในจุดกำบังใกล้ ๆ อย่างรวดเร็ว
ลู่หลินคิดในใจว่า ไหวพริบดีจริง ๆ ถ้าดึงตัวไปเป็นทหารได้ ต้องเป็นต้นกล้าที่ดีแน่นอน
ในเวลานั้นเอง เขาเห็นชายคนหนึ่งแบกหญิงสาวเดินเข้ามา ชายคนนั้นเดินไปถึงปากถ้ำแล้วกวาดตามองซ้ายขวา เมื่อแน่ใจว่ารอบ ๆ ไม่มีอะไรผิดปกติ จึงแบกหญิงสาวเข้าไปในถ้ำ ครู่หนึ่งต่อมาก็เดินออกมาคนเดียว
เมื่อชายคนนั้นเดินไปไกลแล้ว ฟู่ชิงหลีก็กระซิบบอกลู่หลิน “เขาคือเจ้าฝูจวินจากที่พักคนรุ่นใหม่ลงชนบทค่ะ”
