ลู่อี้ชวนที่กำลังหิ้วของเตรียมไปตระกูลฟู่ก็ได้ยินข่าวลือนี้เช่นกัน
เขาโกรธจนเขวี้ยงของในมือลงพื้น ไอ้เวรเอ๊ย ใครเป็นคนปล่อยข่าวลือ ถ้าหลีเอ๋อร์เข้าใจผิดขึ้นมา เขาจะฆ่าคนที่เอาเรื่องไปพูดให้ได้
เขาจึงเริ่มสืบหา ไม่นานก็พบว่าข่าวลือแพร่ออกมาจากซ่งหยาง
เที่ยงวันนั้น ลู่อี้ชวนจึงไปดักซ่งหยางอยู่ในซอย
ซ่งหยางเห็นลู่อี้ชวนเดินหน้าบึ้งตึงเข้ามาหา พลันรู้สึกผิดจนใจคอไม่ดี เสียงที่เอ่ยออกมาสั่นพร่า “พี่...พี่ลู่”
ยังไม่ทันสิ้นเสียง!
“เพี๊ยะ!”
ลู่อี้ชวนเงื้อมือตบหน้าซ่งหยางอย่างแรง พลังมหาศาลส่งร่างอีกฝ่ายปลิวกระเด็นไป
ซ่งหยางกระแทกพื้นอย่างแรง พรวดเดียวก็สำรอกเลือดออกมาพร้อมฟันสองซี่
ซ่งหยางกุมใบหน้าซีกหนึ่งที่แสบร้อนกับศีรษะที่ถูกตบจนมึนงง กว่าจะตั้งสติได้ก็ผ่านไปพักใหญ่ เขามองลู่อี้ชวนอย่างไม่อยากเชื่อ ก่อนตะโกนลั่น “คุณบ้าไปแล้วหรือไง! มีสิทธิ์อะไรมาลงไม้ลงมือทำร้ายคน!”
แววตาลู่อี้ชวนเย็นเยียบ “ก็เพราะปากเสีย ปล่อยข่าวมั่วซั่วไง!”
พูดจบเขาก็ก้าวเข้าไป หมัดพุ่งแหวกอากาศซัดลงไปไม่ยั้ง
ซ่งหยางยกแขนขึ้นปัดป้องตามสัญชาตญาณ ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงกร๊อบ แขนที่ฟู่ชิงหลีเคยหักไปก่อนหน้านี้หักซ้ำอีกครั้ง ซ่งหยางเจ็บจนกลิ้งไปมาบนพื้นไม่หยุด “อ๊าก! ไอ้บ้า คุณมันบ้าไปแล้ว!”
ลู่อี้ชวนไม่สนใจซ่งหยางที่กลิ้งเกลือกอยู่บนพื้น เขาเอาแต่ระบายโทสะด้วยการชกต่อยไม่หยุด เขาไม่กล้าคิดเลยว่าหากฟู่ชิงหลีได้ยินข่าวลือนี้แล้วจะเกิดผลอย่างไร
