ในที่สุดฉู่ยวี่เซียวก็ถูกตบปากสี่สิบที และเรื่องยังล่วงรู้ไปถึงพ่อบ้านเรือนหน้า
เพื่อไม่ให้เขาพูดจาล่วงเกินต่อไปจนนำภัยใหญ่หลวงมาสู่ตัว พ่อบ้านจึงรีบสั่งให้คนพาตัวเขาไป แล้วก้มหน้าสำนึกผิดต่อฉู่หยุนเฟยว่า คุณชายใหญ่เคืองแค้นแทนคุณหนูรองที่ถูกลงโทษมากเกินไป จึงทำเรื่องเกินเลย ไม่สมควร ขอให้คุณหนูใหญ่อย่าได้ถือสา
ฉู่หยุนเฟยไม่มีกะจิตกะใจจะถือสาเขาจริงๆ
อี๋เหนียงเฉินและฉู่หยุนเจี่ยวถูกลงโทษไปแล้ว
ส่วนฉู่ยวี่เซียวที่เป็นบุตรชายคนโตซึ่งฉู่หยวนจงรักดั่งแก้วตา ครานี้ก็นับว่าหาเหาใส่หัว
สามแม่ลูกนี้ ไม่ใช่แค่วันนี้ แต่หลังจากนี้ทุกวัน ก็อย่าหวังว่าจะได้เหิมเกริมเช่นเคย
จัดการธุระในบ้านเสร็จ รถม้าด้านนอกก็เตรียมพร้อมแล้ว
ฉู่หยุนเฟยไม่รีรออีก ร่ำลามารดาแล้วขึ้นรถม้าเตรียมจากไป
“หวังเฟยเหนียงเหนียง” แม่นมสยงหยุดยืนอยู่หน้ารถม้า เอ่ยปากด้วยความเคารพ “บ่าวขอขึ้นไปดูแลบนรถได้หรือไม่? มีบางอย่างที่บ่าวอยากกราบเรียนหวังเฟยตามลำพัง”
ฉู่หยุนเฟยตอบรับในลำคอ
“ขอบพระทัยหวังเฟยเหนียงเหนียง” แม่นมสยงเกาะแขนเป่าฉานก้าวขึ้นรถม้า แล้วคุกเข่านั่งในห้องโดยสารที่ปูพรมนุ่ม “อี๋เหนียงเฉินเป็นคนของกุ้ยเฟยเหนียงเหนียง”
คำเดียวก็ชี้แจงสาเหตุที่อี๋เหนียงเฉินและบุตรสาวจากอนุภรรยากล้าเหิมเกริมได้
ฉู่หยุนเฟยพิงพนักพิงนุ่ม สีหน้าไม่กระเพื่อมไหว เหมือนคาดการณ์ไว้ก่อนแล้ว
“ปีนั้นฮูหยินฉู่เพิ่งเข้าจวนได้ไม่นาน กุ้ยเฟยก็ทรงเห็นว่าท่านฉู่เป็นคนมีหัวคิดที่ใช้ได้ จึงทรงส่งเฉินชื่อหญิงงามมาให้เอง” แม่นมสยงกล่าวเสียงเบา “ฮูหยินเข้าวังหลวงแล้วไม่ได้ตั้งครรภ์ กลับเป็นเฉินชื่อที่ตั้งครรภ์ก่อน ตอนนั้นท่านฉู่ตำแหน่งต่ำ เกรงกระทบชื่อเสียงภรรยาเอก จึงไม่กล้าให้นางคลอดบุตร อยากแอบให้นางดื่มยา แต่เรื่องนี้ทราบถึงกุ้ยเฟยเหนียงเหนียงอย่างรวดเร็ว ทรงกดดันให้เก็บเด็กไว้ หลังจากนั้นจึงมีบุตรชายใหญ่จากอนุภรรยาของตระกูลฉู่”
