เสินฉือได้ยินเสียงตรงประตูก่อน จึงเงยหน้าขึ้น “พ่อ?”
เซี่ยซู่เหิงหั่นแอปเปิลที่ปอกเปลือกแล้วเป็นชิ้นเล็ก ๆ ขนาดเท่ากัน เรียงใส่จานกระเบื้อง จากนั้นก็ลุกขึ้นยืนแล้วเอ่ยว่า “คุณลุงเสิน”
เสินเซี่ยวหมิงเดินมาข้างเตียง ถามเสียงอ่อนโยนว่า “โยวโยว ตอนนี้รู้สึกเป็นยังไงบ้าง”
“ไม่ทรมานแล้วค่ะ หมอบอกว่าพรุ่งนี้หนูก็ออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว”
พอพูดจบ เสินฉือก็มองสลับไปมาระหว่างพ่อกับเซี่ยซู่เหิง
ไม่รู้ทำไม เธอถึงรู้สึกเลือนรางว่าบรรยากาศรอบตัวชวนอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก
เซี่ยซู่เหิงเลื่อนจานกระเบื้องไปไว้ใกล้มือเสินฉือ ก่อนจะหยิบทิชชูมาเช็ดนิ้วทีละนิ้วจนสะอาด
“คุณลุงเสิน ผมมีธุระ ขอตัวกลับก่อนนะครับ”
เขาลุกขึ้นยืน พอหันมาทางเสินฉือ น้ำเสียงก็อ่อนลงกว่าครู่ก่อน “อย่าลืมกินแอปเปิลนะ ตอนบ่ายซูหยุนจะมา ผมจะให้เธอเอานิตยสารมาฝาก เผื่อเบื่อจะได้มีอะไรอ่าน”
เสินฉือพยักหน้า “ขอบคุณค่ะ พี่เซี่ย”
“ไม่ต้องเกรงใจ มีธุระอะไรก็ส่งวีแชทมาหาผมได้”
เซี่ยซู่เหิงหยิบเสื้อคลุมที่พาดอยู่บนพนักเก้าอี้ พยักหน้าให้เสินเซี่ยวหมิงเล็กน้อย ก่อนจะหันหลังเดินออกไป
เสินเซี่ยวหมิงมองแผ่นหลังของเขา แล้วก้มมองจานแอปเปิลที่หั่นเรียงอย่างเป็นระเบียบบนโต๊ะข้างเตียง
แอปเปิลทุกชิ้นมีขนาดเท่ากันพอดี ราวกับใช้ไม้บรรทัดวัดมา
คนแบบนี้ แม้แต่ทำเรื่องธรรมดาก็ยังพิถีพิถันรอบคอบ ไม่มีที่ติ
“โยวโยว”
เขานั่งลงบนเก้าอี้ ลดเสียงลงเบา ๆ
“คุณชายตระกูลเซี่ยเป็นคนดี” เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตรึกตรองแล้วพูดต่อ “แต่พวกหนูสองคนไม่ค่อยเหมาะกัน”
