เจียงตั๋วชะงักไป
เขามองเธอ มองแววตาที่เผยความจริงใจและความเปิดเผยอย่างไม่ปิดบัง
เธอไม่ได้กำลังหาข้ออ้าง ไม่ได้พูดส่ง ๆ เพื่อปัดเขาไป เธอกำลังคิดถึงความรู้สึกของเขาจริง ๆ
เธอรู้ว่าเขาจะหุนหันเพื่อเธอ และยอมทำทุกอย่างโดยไม่คำนึงถึงอะไรทั้งนั้น เพราะอย่างนั้นเธอจึงยอมให้เซี่ยซู่เหิงช่วยปกปิดเรื่องนี้ไว้ ดีกว่าปล่อยให้เขาต้องแปดเปื้อนกับเรื่องสกปรกพวกนั้น
ถึงเธอจะไม่ได้รักเขา
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเธอไม่ใส่ใจเขาเลย
เจียงตั๋วมองเธอ ความมืดมิดที่ปั่นป่วนอยู่ในดวงตาค่อย ๆ สงบลง เขาหันกลับมา ก่อนจะโอบเธอเข้ามาในอ้อมแขนอย่างระมัดระวัง
“โยวโยว...” เขาซุกหน้าอยู่ตรงซอกคอเธอ น้ำเสียงอู้อี้
เขาไม่ได้พูดอะไร เพียงเรียกชื่อเธอแผ่วเบาซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“โยวโยว...”
หรือว่าเขากำลังออดอ้อนเธออยู่?
จู่ ๆ ความคิดนี้ก็ผุดขึ้นในหัวเสินฉือ ขนตาของเธอสั่นไหวเล็กน้อย
เธอเคยเห็นเจียงตั๋วในหลายแง่มุม ทั้งเอาแต่ใจ ไร้เหตุผล และเจ้ากี้เจ้าการ...แต่เพิ่งเคยเห็นเขาออดอ้อนแบบนี้เป็นครั้งแรก
ใต้แสงไฟสลัวในรถ ศีรษะของเขายังคงซบอยู่ตรงซอกคอเธอ เส้นผมเสียดสีกับผิวจนเธอรู้สึกคันยุบยิบ
มองจากมุมนี้ ศีรษะกลม ๆ ของเขาก็ดูน่ารักอยู่เหมือนกัน
ชาติที่แล้ว ตอนอยู่ในห้องนอน เสินฉือก็เคยอ่านนิยายที่สาวใช้ไปหามาจากข้างนอก
ล้วนเป็นเรื่องราวของบัณฑิตกับหญิงงาม บ้างก็ได้ครองรักกันอย่างสมหวัง บ้างก็จบลงอย่างเลวร้าย—คุณหนูตระกูลใหญ่ถูกบัณฑิตยากจนหลอกเอาทั้งตัวและหัวใจ สุดท้ายต้องพบจุดจบอันน่าเวทนา
ตอนนั้นเธอแค่คิดว่าช่างโง่เขลา คุณหนูผู้สูงศักดิ์เหล่านั้นจะหลงใหลจนหน้ามืดตามัวเพียงเพราะคำหวานไม่กี่คำได้อย่างไร?
