เสินฉือรู้ดีกว่าใครว่าเธอไม่ควรมีโอกาสอยู่ตามลำพังกับเซี่ยซู่เหิงเด็ดขาด
แต่ทุกสิ่งรอบตัวช่างประหลาดเกินไป ราวกับมีตาข่ายไร้รูปร่างผืนหนึ่งกำลังโอบรัดเธอไว้แน่น
สายตาของเธอจับจ้องหน้าจอโทรศัพท์ที่สว่างขึ้นของเซี่ยซู่เหิง ลมหายใจหยุดชะงักไปโดยไม่รู้ตัว
บนหน้าจอคือภาพวาดภาพหนึ่ง เป็นภาพที่เธอคุ้นเคยอย่างยิ่ง
นั่นคือภาพกล้วยไม้ที่เธอวาดด้วยมือตัวเองในวันเกิดครั้งสุดท้าย ก่อนจากโลกนี้ไปในชาติก่อน
กล้วยไม้ดอกที่อยู่บนสุด กลีบแผ่ออกคล้ายปีกผีเสื้อ
และบนกลีบที่สามจากด้านขวามีจุดสีน้ำตาลเข้มอยู่จุดหนึ่ง
เสินฉือยังจำได้ว่าจุดสีนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร
ตอนนั้นเธอถือพู่กัน ตั้งใจจะวาดภาพอวยพรวันเกิดให้ตัวเองสักภาพ—
นี่คงเป็นภาพสุดท้ายแล้ว
เธอรู้ว่าร่างกายของตัวเองคงประคองไปไม่ถึงฤดูใบไม้ผลิ
ขณะวาดถึงเส้นสุดท้าย จู่ ๆ ก็มีรสคาวหวานเอ่อขึ้นมาจากลำคอ เธอหันหน้าไปอีกทางเพื่อไอ แต่ปลายนิ้วกลับกดลงบนกระดาษก่อน
หยดเลือดซึมลงบนกระดาษซวน ตกลงบนกลีบกล้วยไม้กลีบนั้นพอดี
หลังจากนั้นเธอก็ไม่ได้เปลี่ยนกระดาษ
ข้อแรกคือเธอไม่มีแรงแล้ว ข้อสองคือเธอรู้สึกว่า...แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน
ยังมีตราประทับสีชาดเล็ก ๆ ที่มุมขวาล่างอีกด้วย
อักษรตราประทับเล็กละเอียดราวกับขามด เธอวาดขึ้นด้วยมือตัวเอง
เธอไม่มีทางดูผิด
นั่นเป็นภาพวาดของเธอจริง ๆ
เรื่องนี้แน่ชัดไร้ข้อกังขา ไม่มีช่องให้โต้แย้งแม้แต่น้อย
หลังจากมาอยู่ในโลกนี้ เสินฉือเคยตรวจสอบซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าที่นี่ไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับชาติก่อนของเธอ ไม่ว่าจะเป็นเส้นเวลา ประวัติศาสตร์ หรือบุคคล ล้วนไม่ตรงกันทั้งสิ้น
