อันเสี่ยวไห่เจ็บจนเหงื่อเย็นซึมทั่วร่าง แต่ก็ยังกัดฟันควบคุมลมหายใจและร่างกายอย่างเต็มกำลัง
จะหลุดพ้นจากวิกฤตคืนนี้ให้ได้ จะต้องไม่ส่งเสียงให้ใครได้ยินเด็ดขาด
ที่อันเสี่ยวไห่อยู่ตอนนี้คือมุมส้วมในห้องขัง ตรงนี้มีกำแพงเตี้ยกั้นไว้เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวเพียงเล็กน้อย และตรงนี้เองที่อันเสี่ยวไห่ถูกหลิวจวิ้นลากมาหักซี่โครงสองซี่หลังจากปิดไฟ
อันเสี่ยวไห่ใช้มือจับกำแพงเตี้ย ชะโงกมองออกไปข้างนอก ในห้องขังเงียบสงัด นอกจากเสียงกรนเบาๆ ก็ไม่ได้ยินเสียงอะไรอีก
ในห้องขังมีเตียงหกเตียงเรียงกันเป็นแถว
เตียงที่อยู่ใกล้ประตูมากที่สุดเป็นของอู๋กวนไห่
อู๋กวนไห่อายุสามสิบกว่า ภายนอกดูเหมือนชาวนาซื่อๆ แต่ที่จริงแล้วอันเสี่ยวไห่รู้ดีว่าคนคนนี้ไม่ธรรมดา เขาคือหัวหน้าที่แท้จริงของห้องขังนี้
เตียงที่สองคือของหลิวจวิ้น
หลิวจวิ้นอายุยี่สิบเจ็ดแปด ร่างใหญ่ล่ำสัน หน้าตาดุร้ายน่ากลัว ว่ากันว่าเป็นลูกน้องคนสำคัญของพี่ชายที่ชื่ออวิ๋นเกอข้างนอก ที่ติดคุกครั้งนี้ก็เพราะทำร้ายใครจนพิการ
เตียงที่สามเป็นของหลิวเจียง
หลิวเจียงอายุประมาณสามสิบ หน้าตาเย็นชา ไม่ค่อยหาเรื่องใคร แต่ก็ไม่มีใครกล้าหาเรื่องเขาเช่นกัน แม้แต่ผู้คุมก็ไม่ยุ่งด้วย ฐานะของเขาลึกลับมาก
เตียงที่สี่เป็นของหวังปู้ไหล
หวังปู้ไหลอายุไม่มาก รูปร่างเล็ก สูงไม่ถึงเมตรหกสิบ ดูเหมือนเด็กมัธยมต้น แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคในการทำเรื่องชั่วร้ายของเขาเลย ว่ากันว่าข้างนอกเขาเป็นหัวหน้าแก๊งเล็กๆ แก๊งหนึ่ง
เตียงที่ห้าเป็นของเผิงยฺเหวียนกุ้ย
เผิงยฺเหวียนกุ้ยอายุยี่สิบห้าปี เป็นชาวบ้านชาโถวเจี่ยว ท่าทางหวาดกลัวตลอดเวลา ใครเห็นก็อดรังแกไม่ได้ ทุกคนในห้องขังใช้เขาอย่างกับขี้ข้า ส่วนเขาก็ยอมทนมาโดยตลอด
อันเสี่ยวไห่รู้ดีว่าเผิงยฺเหวียนกุ้ยไม่ได้อ่อนแออย่างที่เห็น มีเพียงเวลาที่เขาก้มหน้าลงเท่านั้นที่แววตาดุร้ายจะวาบขึ้นมาให้เห็น
แน่นอนว่าคนที่อ่อนแอจริงๆ ไม่มีทางมาอยู่ในห้องขังนี้หรอก
ที่อันเสี่ยวไห่มองเห็นแววตาดุร้ายของเผิงยฺเหวียนกุ้ย ก็เพราะเขามักจะถูกคนต่อยจนล้มลงกับพื้น สายตาจึงต่ำกว่าคนอื่น
คนอื่นจะยังไม่จัดการก่อนก็ได้ ที่จะหลุดพ้นวิกฤตคืนนี้ ต้องสะสางให้ได้คือหลิวจวิ้นที่นอนเตียงสอง!
อันเสี่ยวไห่เงยหน้าขึ้นมองแสงจันทร์นอกหน้าต่างเหล็ก คาดว่าน่าจะประมาณตีหนึ่งหรือตีสอง เขายังมีเวลาอีกประมาณสองชั่วโมง
อันเสี่ยวไห่จำได้ดี หลิวจวิ้นเอาแปรงสีฟันแทงเขาตอนประมาณตีสี่ครึ่งถึงตีห้า
เวลานี้คาดเดาได้ง่ายมาก
อันเสี่ยวไห่ถูกหลิวจวิ้นต่อยจนแทบหมดสติอยู่แล้ว หลังจากถูกแทง ก็หมดแรงดิ้นรน ได้แต่นอนครางอยู่กับที่กว่าครึ่งชั่วโมง จนกระทั่งได้เวลาตื่น ผู้คุมถึงมาเห็นแล้วพาส่งโรงพยาบาล
ทำยังไงดี?!
อันเสี่ยวไห่คิดหาวิธีมากมายในหัว
ตอนนี้จะไปเรียกผู้คุมไม่มีทางได้ผลแน่ เพราะแค่อันเสี่ยวไห่ส่งเสียง หลิวจวิ้นก็มีเวลาจัดการเขาก่อนผู้คุมมา
ยิ่งไปกว่านั้นเรื่องยังไม่เกิด ถึงผู้คุมมาทันและพาอันเสี่ยวไห่ไปรักษาจากอาการซี่โครงหัก แต่นั่นก็เป็นแค่การยืดเวลาบาดเจ็บออกไป กลับมาอาจจะแย่กว่าเดิม
ที่แย่กว่านั้นคือ การทำแบบนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับการบอกคนที่อยู่เบื้องหลังว่าเรารู้ทันเขาแล้ว
ให้เพื่อนร่วมห้องขังช่วย? เป็นไปไม่ได้ ถ้าพวกเขายอมช่วย ต้องไม่ปล่อยให้เขานอนครางอยู่ข้างส้วมอยู่นานขนาดนั้น
สวนกลับ? จะได้เหรอ? ต้องได้ ต้องได้แน่!
ดวงตาของอันเสี่ยวไห่วาววับขึ้นมา อย่างที่ว่าเมื่อถึงที่สุดของความโชคร้าย มักมีหนทางแห่งความหวังซ่อนอยู่
ไม่นาน สายตาของอันเสี่ยวไห่ก็แน่วแน่ขึ้นมา ต้องสวนกลับเท่านั้น นี่คือทางเลือกที่ดีที่สุด!
แต่ถ้ารอให้หลิวจวิ้นตื่นขึ้นมาสู้ ก็ไม่มีโอกาสแน่ แต่ตอนนี้ยังมี!
อันเสี่ยวไห่เลิกจ้องหลิวจวิ้น ขยับตัวพิงกำแพง หลับตาลง พยายามฟื้นแรง ในขณะที่สมองก็คิดอย่างรวดเร็ว
การจะสวนกลับหลิวจวิ้นไม่ง่าย
ด้วยสภาพของอันเสี่ยวไห่ตอนนี้ การสู้ตรงๆ ไม่มีทางเป็นไปได้ โอกาสเดียวคือฉวยตอนที่หลิวจวิ้นยังหลับสนิทอยู่ ลงมือสวนกลับให้เขาหมดสภาพสู้ไปเลย
การจะทำแบบนั้นก็ไม่ง่ายอีกเหมือนกัน แต่ถ้าหาแปรงสีฟันที่หลิวจวิ้นใช้แทงเราเจอ ทุกอย่างอาจพลิกกลับ!
อันเสี่ยวไห่พยายามนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในคืนนั้นเมื่อ30 ปีก่อน
อันเสี่ยวไห่ถูกแทงสาหัส เรือนจำต้องสอบสวนแน่ ผลสอบสวนที่แจ้งมาคือ อันเสี่ยวไห่และหลิวจวิ้นมีปากเสียงกันเรื่องเสียงกรน จนลุกลามเป็นการต่อสู้
ระหว่างต่อสู้ หลิวจวิ้นล้มลง เห็นแปรงสีฟันเสียบอยู่ใต้แผ่นเตียงอู๋กวนไห่พอดี เลยคว้ามาแทงใส่อันเสี่ยวไห่
แปรงสีฟันนั่นเป็นของอู๋กวนไห่!
เหตุที่อู๋กวนไห่ลับมันให้คมขนาดนั้น เขาบอกว่าเพื่อป้องกันตัว
การทะเลาะวิวาท ซุกซ่อนอาวุธ แบบนี้ในคุกที่มีนักโทษคดีอุกฉกรรจ์เป็นเรื่องเห็นกันบ่อยๆ หลิวจวิ้นและอู๋กวนไห่ถูกลงโทษแต่ก็ไม่หนักมาก จนออกจากคุกได้เร็วกว่าอันเสี่ยวไห่เสียอีก
คำพูดพวกนี้ฟังดูไร้สาระ แต่ทางเรือนจำก็สรุปแบบนั้น
ในสายตาผู้คุมส่วนใหญ่ ยังไงคนที่ถูกขังอยู่ที่นี่ก็ไม่ใช่คนดี ถ้าไม่ยอมหยุด ตายก็ตายไป ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ยิ่งเรื่องน้อยยิ่งดี จะได้ปิดคดีเร็วๆ
แปรงสีฟันนั่นตอนนี้ต้องอยู่ใต้แผ่นเตียงอู๋กวนไห่!
อันเสี่ยวไห่ลืมตาขึ้น
แม้จะไม่แน่ใจว่าข้อมูลนี้ถูกต้องหรือไม่ แต่นี่คือโอกาสสุดท้ายของอันเสี่ยวไห่แล้ว
อันเสี่ยวไห่ไม่กล้าเสียเวลามากเกินไป ใครก็ไม่อาจยืนยันได้ว่าตอนนี้หลิวจวิ้นอยู่ในสภาพไหน ยังไงหมอนี่ก็พร้อมจะลุกขึ้นมาทำร้ายคนได้ทุกเมื่อ
ต้องรีบแล้ว
อันเสี่ยวไห่จัดท่าให้พยายามไม่กระทบกับซี่โครงด้านขวา แล้วค่อยๆ ย่องออกมาจากมุมกำแพงเตี้ยของส้วมอย่างระมัดระวัง
ความตึงเครียดสุดขีดทำให้ตัวอันเสี่ยวไห่สั่นเทาเล็กน้อย แต่ความเจ็บจากซี่โครงหักกลับดูเบาลงไป อันเสี่ยวไห่รู้ดีว่าเป็นสารเอ็นดอร์ฟินในร่างกายกำลังทำงาน
อันเสี่ยวไห่คลานออกมาจากมุมส้วม อ้อมเตียงของตัวเองและเผิงยฺเหวียนกุ้ย แล้วมุดเข้าไปใต้เตียงของหวังปู้ไหล
เงามืดของเตียงเหล็กโอบล้อมตัวเขา ทำให้รู้สึกปลอดภัยขึ้นมาอย่างประหลาด ช่วยให้จิตใจที่ประหม่าผ่อนคลายลงบ้าง
ดูเหมือนจะไม่มีใครรู้ถึงการเคลื่อนไหวของอันเสี่ยวไห่ ในห้องขังยังคงเงียบสงัด แม้แต่เสียงกรนที่ดังสลับกันก็เงียบสนิทไปในทันใด
อันเสี่ยวไห่ขนลุกเกรียว!
คนที่กรนคือเผิงยฺเหวียนกุ้ยกับหวังปู้ไหล เสียงกรนหยุดกะทันหันก็ปกติ แต่ของทั้งสองคนหยุดพร้อมกันนี่ไม่ปกติแล้ว!
อันเสี่ยวไห่กลั้นหายใจ รอให้เสียงกรนดังขึ้นมาใหม่
อาจจะแค่เดี๋ยวเดียว แต่อันเสี่ยวไห่รู้สึกเหมือนผ่านไปเป็นศตวรรษ ในที่สุดเสียงกรนของเผิงยฺเหวียนกุ้ยก็ดังขึ้นอีกครั้ง แต่หวังปู้ไหลบนเตียงยังคงเงียบกริบ
หวังปู้ไหลคงตื่นแล้ว และก็รู้ตัวด้วยว่าอันเสี่ยวไห่คลานเข้ามาใต้เตียงของเขา เมื่อยังไม่รู้จุดประสงค์ของอันเสี่ยวไห่ หวังปู้ไหลก็อดประหม่าไม่ได้
อันเสี่ยวไห่ถอนหายใจออกมาแล้วเริ่มคลานไปทางใต้เตียงของหลิวจวิ้นที่อยู่ติดกัน
วิธีเดียวที่จะทำให้หวังปู้ไหลคลายความระแวงก็คือต้องบอกให้อีกฝ่ายรู้ว่าเราไม่ได้มุ่งร้ายต่อเขาโดยเร็ว
อันเสี่ยวไห่กำลังพนันว่า หวังปู้ไหลไม่ได้เป็นพวกเดียวกับหลิวจวิ้น
อันเสี่ยวไห่พนันถูกต้อง เพราะเมื่อเขาเข้าไปอยู่ใต้เตียงของหลิวจวิ้น เสียงกรนเบาๆ ของหวังปู้ไหลก็ดังขึ้นอีกครั้ง
อันเสี่ยวไห่หลับตาลง หายใจเข้าลึกๆ สองสามครั้ง ด่านแรกผ่านไปแล้ว!
พออันเสี่ยวไห่ลืมตาขึ้นอีกครั้ง แปรงสีฟันที่ทำลายชีวิตของเขามาทั้งชีวิตก็ปรากฏสู่สายตาอย่างเด่นชัด!
มันไม่ได้อยู่ใต้แผ่นเตียงของอู๋กวนไห่เลย มันอยู่ใต้แผ่นเตียงของหลิวจวิ้น! ตรงตำแหน่งใกล้หมอน แค่หลิวจวิ้นยื่นมือมาก็คว้าถึง!