รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าของเฉินสยง
“ดีเลย ดอกเบี้ยเราอยู่ที่ 4 ส่วน คุณกู้ 5 ล้าน ตอนคืนต้องจ่าย 7 ล้าน เพราะงั้นคุณต้องเขียนตั๋วสัญญาใช้เงิน 7 ล้านให้ผมก่อน”
“อีกอย่าง คุณต้องมีของมีค่ามากพอมาค้ำประกัน บ้าน โรงงาน รถยนต์ อะไรก็ได้ทั้งนั้น”
จางอี้แสร้งลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็กัดฟัน หยิบโฉนดบ้านออกมาจากตัว
เอกสารนี้เขาใช้ยื่นกู้ธนาคาร เลยติดตัวมาพอดี
“บ้านผมหลังนี้มูลค่ากว่า 5 ล้าน ใช้ค้ำประกันกับพวกคุณได้แล้วใช่ไหม! ผมยังมีรถยนต์เบนซ์อีกหนึ่งคันราคา 3 แสน ถ้าตอนนั้นคืนไม่ไหว พวกคุณก็เอาตังค์ไปได้เลย”
เฉินสยงเพิ่งเคยเจอลูกค้าที่ใจถึงเพียงนี้ เขารีบคว้าโฉนดบ้านไปดูแวบหนึ่ง
หลังจากยืนยันข้อมูลบ้านของจางอี้เสร็จ ในใจของเขายิ่งพึงพอใจมากขึ้นไปอีก
เพราะตามราคาตลาดตอนนี้ บ้านหลังนั้นมูลค่าอย่างน้อยก็ขายได้ถึง 5.5 ล้าน!
พ่วงด้วยรถอีกหนึ่งคัน ต่อให้ยังไงธุรกิจครั้งนี้ก็ไม่ขาดทุนแน่
แต่เฉินสยงยังคงทำท่าไม่ค่อยพอใจนัก
“คุณจางครับ บ้านคุณหลังนี้อย่างมากก็ราวสี่ห้าล้าน แต่จะให้ผมควักตั้ง 5 ล้านออกไปนี่ ผมขาดทุนแย่เลยนะ!”
จางอี้แสดงสีหน้าตื่นตระหนกสุดขีด พูดอย่างตื่นเต้นว่า “เถ้าแก่เฉินครับ คุณต้องช่วยผมด้วย! ตอนนี้ผมรีบร้อนใช้เงินมาก”
“ขอแค่วันนี้คุณโอนเงินมาให้ผมได้ ผมขอแค่ 4.5 ล้านก็พอ!”
เฉินสยงกับหูหมิงหัวสบตากัน ในแววตาของทั้งคู่แฝงความเย้ยหยัน
พวกเขาทำธุรกิจซ้ำเติมยามยากลำบากนี่เอง
ยิ่งคนอื่นรีบร้อนใช้เงินมากเท่าไหร่ พวกเขาก็ยิ่งต้องฟันหัวคิวหนักๆ!
“ไม่ได้ๆ ธุรกิจนี้ท่าทางไม่คุ้มทุนจริงๆ”
สุดท้าย หลังจากต่อรองกันยกใหญ่ ทั้งสองฝ่ายก็ตกลงกันที่ราคา 4 ล้าน
แต่จางอี้มีข้อแม้ว่า เงินก้อนนี้ต้องโอนเข้าบัญชีของเขาภายในวันนี้
