หัวอวิ๋นเทียนเคยมีความคิดเช่นนี้จริง ๆ
แต่เมื่อครู่นี้ ตอนที่เขาลงมือกับเจี่ยงฉิงและเซียวหมาน เย่เสวียนนั่งอยู่บนแผ่นหินฝั่งตรงข้ามมาตลอด ไม่มีโอกาสแย่งชิงมรดกตกทอดเลย!
อีกอย่าง มรดกตกทอดของปรมาจารย์รุ่นสี่อยู่ใกล้พวกเขาถึงเพียงนี้ เย่เสวียนแย่งมรดกหรือไม่ หัวอวิ๋นเทียนจะไม่รู้สึกเลยหรือ?
เจี่ยงฉิง เซียวหมานที่อยู่ด้านข้างจะไม่รู้หรือ?
แม้เหตุผลจะบอกหัวอวิ๋นเทียนว่าเย่เสวียนไม่มีโอกาสลงมือ
แต่ไม่รู้ทำไม ในใจลึก ๆ มักมีความรู้สึกว่ามันเกี่ยวข้องกับเย่เสวียนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
“ไป!”
มองมรดกตกทอดของปรมาจารย์รุ่นสี่อันหลานหายไปอย่างลึกลับ เจี่ยงฉิงและเซียวหมานที่เหลือเพียงครึ่งชีวิตสบตากัน
หัวอวิ๋นเทียนกดดันพวกเขามากเกินไป
ตอนนี้มรดกตกทอดของปรมาจารย์รุ่นสี่อันหลานก็หายไปอย่างลึกลับ
อยู่ที่นี่ต่อ เกรงว่าจะกลายเป็นเป้าระบายโทสะของหัวอวิ๋นเทียน
อีกด้าน ทั้งสองบาดเจ็บไม่น้อยจากการต่อสู้กับหัวอวิ๋นเทียน หากไม่รีบหาที่เงียบสงบรักษาตัว เกรงว่าโอกาสและโชคในช่วงหลังของแดนลับคงตัดขาดจากพวกเขาโดยสิ้นเชิง
“ก็แค่มรดกของปรมาจารย์รุ่นสี่ แม้ไม่ได้ก็ไม่จำเป็นต้องโกรธถึงเพียงนี้ การฝึกฝนของนักรบ ขันติเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง การทำเช่นนี้มีแต่จำกัดความสำเร็จในอนาคตของเจ้า”
ขณะหัวอวิ๋นเทียนเดือดดาลเต็มอก จู่ ๆ ก็มีเสียงแหบพร่าดังขึ้นในสมอง
ช่วงหลายปีที่หัวอวิ๋นเทียนติดอยู่ในแดนลับโบราณ หาใช่ได้มาเพียงวิญญาณมังกรแท้จริงเส้นเดียว ในร่างเขายังซ่อนวิญญาณผู้แข็งแกร่งจากแดนลับโบราณอยู่อีกตน
