หัวอวิ๋นเทียนคิดจนหัวแทบแตกก็คาดไม่ถึงว่า คนที่ขึ้นไปถึงเขาศักดิ์สิทธิ์ก่อนเขาจะเป็นเย่เสวียน?
"เขาเลือกเส้นทางที่อสูรร้ายชุกชุม อันตรายที่สุดไม่ใช่หรือ? เหตุใดจึงไม่ถูกอสูรร้ายกัดกิน?" หัวอวิ๋นเทียนคิดไม่ตก
ที่คิดไม่ตกเช่นกันคือท่านไห่ที่หลอมรวมกับหัวอวิ๋นเทียน
"เด็กคนนี้ข้ามผ่านดินแดนของอสูรร้ายและมารร้าย แต่กลับไร้รอยขีดข่วน? หรือว่าถูกอสูรร้ายยึดร่างไปแล้ว?"
แม้อสูรร้ายจะไร้สติปัญญาเช่นเดียวกับมารร้าย
ทว่าภายใต้สถานการณ์พิเศษบางอย่าง ก็อาจเกิดอสูรร้ายพิเศษขึ้นได้
อสูรร้ายพิเศษเหล่านี้มักมีทักษะพิเศษบางอย่าง
อสูรร้ายที่ควบคุมพลังวิญญาณและยึดร่างคน หาใช่ไม่มี
"หากเย่เสวียนถูกอสูรร้ายยึดร่างและควบคุมวิญญาณแล้วไซร้ อสูรร้ายตนอื่นในแดนลับย่อมไม่โจมตีเขา"
ผู้ที่ถูกอสูรร้ายควบคุม ร่างกายมักมีกลิ่นอายของอสูรร้ายติดตัว หรืออาจถูกอสูรร้ายอื่นมองว่าเป็นพวกเดียวกัน
"พูดเช่นนี้ เขาถูกอสูรร้ายยึดร่างแล้วหรือ?" คำพูดของท่านไห่ทำให้หัวอวิ๋นเทียนตื่นเต้นยิ่งนัก
เขาจะทนได้อย่างไร ที่มีผู้ขึ้นไปถึงเขาศักดิ์สิทธิ์ก่อนเขา
ยิ่งผู้คนนั้นคือเย่เสวียน
"ผู้ที่ถูกอสูรร้ายยึดร่าง ไม่อาจได้รับการยอมรับจากบรรพชนรุ่นต่างๆ ได้เลย ต่อให้รอดออกจากแดนลับได้ ก็จะตกเป็นเป้าหมายที่ทุกคนร่วมกันสังหาร"
คิดได้ดังนี้ จิตใจของหัวอวิ๋นเทียนก็พลันเบิกบาน
เย่เสวียนเอ๋ยเย่เสวียน ต่อให้เดินนำหน้าข้าแล้วจะทำอะไรได้?
ก็แค่ร่างเปล่าที่ถูกอสูรร้ายยึดเท่านั้น!
ท่านไห่ผ่านโลกมามาก หัวอวิ๋นเทียนเชื่อถือการตัดสินของเขาไม่เสื่อมคลาย
แต่ทันใดนั้น บนเชิงเขาศักดิ์สิทธิ์ ร่างของเย่เสวียนกลับเปล่งประกายแสงแห่งจิตวิญญาณ
"สืบทอด!"
