เสียงกลองศึกของทัพจินดังกึกก้องราวฟ้าคำราม เหล่าทหารยืนอยู่หัวเรือ ตะโกนกู่ร้องเสียงดัง ขวัญกำลังใจฮึกเหิมถึงขีดสุด
เรือใหญ่เจ็ดลำมุ่งหน้าเข้าจู่โจมค่ายน้ำ
ไม่นานนัก เรือของจางหรงก็เริ่มเคลื่อนไหวเช่นกัน
เรือลำน้อยแล่นอยู่ในน้ำอย่างคล่องแคล่วดุจมัจฉา
ระยะห่างระหว่างทั้งสองฝ่ายลดลงอย่างรวดเร็ว
เมื่อทัพจินเห็นว่าเรืออีกฝ่ายเล็กเพียงนี้ ก็ไม่เห็นอยู่ในสายตา นายกองจึงสั่งให้ทหารระดมยิงธนูทันที
ชั่วพริบตา ลูกธนูก็โปรยลงมาราวห่าฝน
ชาวประมงบนเรือรีบยกแผ่นไม้ขึ้นกำบังลูกธนู
ไม่นาน แผ่นไม้ก็ถูกลูกธนูปักจนพรุน
เมื่อระยะห่างของทั้งสองฝ่ายลดลง ชาวประมงบางคนก็ถูกลูกธนูยิงเข้าใส่
ทหารทัพจินชักทวนออกมา เตรียมแทงชาวประมงที่กำลังพุ่งเข้ามา
ใครจะคิดว่าในยามนั้น จู่ ๆ เรือประมงกลับลุกเป็นไฟขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ
ชาวประมงพากันกระโดดลงจากเรือทั้งหมด
แม้ไร้ลมพัด เรือประมงกลับแล่นเข้ามาทางนี้อย่างรวดเร็ว
คราวนี้ทหารจินถึงกับตะลึงงัน
รบทางน้ำด้วยเพลิง คนทางใต้ช่างเชี่ยวชาญนัก!
ในพงศาวดารก็มีบันทึกเรื่องนี้อยู่ ทว่าวันนี้หาได้มีลมบูรพาไม่!
เห็นเรือประมงลำอื่นทยอยลุกไหม้ตามกันมา ชาวประมงบนเรือต่างก็กระโดดลงน้ำ แล้วช่วยกันดันเรือมุ่งหน้ามาทางนี้อย่างรวดเร็ว
เมื่อเรือเข้าใกล้ ทหารจินจึงเห็นว่าชาวประมงกำลังดันเรืออยู่ใต้น้ำ
เรือประมงเหล่านั้นล้วนไม่ใหญ่ ด้านท้ายเรือแต่ละลำมีชาวประมงที่ชำนาญทางน้ำหลายคนช่วยกันดัน
เดิมทีเรือประมงก็เคลื่อนที่อยู่แล้ว การออกแรงผลักต่อจึงไม่ใช่เรื่องยาก
ทหารจินไม่เคยพบเห็นผู้ใดว่ายน้ำเก่งถึงเพียงนี้ จึงนึกไม่ถึงว่าคนจะเล่นกลเช่นนี้ใต้น้ำได้
