“ข้าก็กำลังใคร่ครวญเรื่องนี้อยู่ ทัพจินยกทัพลงใต้กะทันหัน เวลากระชั้นชิดยิ่งนัก ยามนี้หน่วยสอดแนมยังสืบเจตนาที่แท้จริงของชาวจินไม่ได้”
หานซื่อจงเช็ดดาบในมือ พลางขมวดคิ้วกล่าวว่า “สิ่งที่ข้าสงสัยยังมีอีกเรื่อง เหอเป่ยตะวันตกก็มีข่าวว่าชาวจินยกทัพลงใต้เช่นกัน ครานี้ทัพจินยกลงมาใหญ่โตเพียงใด แคว้นจินระดมกำลังทหารมาเท่าไร ยังไม่มีผู้ใดทราบ”
“หากคิดจะรุกลึกเข้ามาในใจกลางต้าซ่ง ปลายปีก่อนชาวจินก็เคยทำเช่นนี้มาแล้ว แต่ไม่ได้ประโยชน์อันใด ปีนี้ยังจะใช้กลเดิมอีกหรือ?”
เหลียงหงอวี้กลับยืนกรานว่า “ข้ากลับเห็นว่าชาวจินมาได้จังหวะยิ่งนัก มีความเป็นไปได้สูงว่าจะรุกลึกเข้ามา”
หานซื่อจงส่ายหน้า ไม่เห็นด้วยกับความคิดของภรรยานัก เขากล่าวว่า “ข่าวกรองเมื่อหลายเดือนก่อนยืนยันแล้วว่า ทัพจินที่ยกลงมาจากเหอเจียนฝู่คราก่อนบาดเจ็บล้มตายไปกว่าครึ่ง ทัพจินถูกโจมตีอย่างหนัก ในเวลาอันสั้นเพียงนี้ หากคิดจะรวบรวมกำลังกลับมา ใช้กลเดิมอีกครั้ง แล้วเสี่ยงรุกลึกเข้ามาในใจกลางต้าซ่ง แม่ทัพใหญ่ของทัพจินคงไม่โง่ถึงเพียงนั้น”
“แต่ข้ากลับเห็นว่าทัพจินมีเหตุจำเป็นต้องยกทัพลงใต้”
หานซื่อจงมองเหลียงหงอวี้ เขาให้ความเคารพภรรยาของตนยิ่งนัก
แม้เหลียงหงอวี้จะมีชาติกำเนิดจากหอคณิกา ทว่าสตรีผู้นี้เฉลียวฉลาดยิ่ง ทั้งยังเด็ดเดี่ยวกล้าหาญ
เพียงเรื่องในประวัติศาสตร์ คราวกบฏหลิวเหมี่ยว เหลียงหงอวี้ควบม้าไปหลายร้อยลี้ตลอดคืนเพื่อเรียกหานซื่อจงมาปราบกบฏ เรื่องเช่นนี้ใช่ว่าคนทั่วไปจะทำได้
อีกทั้งในศึกหวงเทียนตัง หานซื่อจงมีชัยเหนือทัพจินหลายครา ทว่าภายหลังประมาทข้าศึก จึงพ่ายแพ้อย่างยับเยินที่หวงเทียนตัง แท้จริงแล้วเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ของศึกครั้งนั้นสำเร็จลุล่วงแล้ว สามารถตรึงอูจู๋ไว้ ทำให้จินอูจู๋ต้องถอยขึ้นเหนือ ไม่กล้ายกทัพลงใต้
