กองทัพซ่งถูกทำลายอาวุธเพลิงจนสิ้น ตู้พ่นน้ำมันเพลิงที่เตรียมไว้ก็ไม่อาจนำมาใช้ได้อีก
เฟ่ยทิงหรงจวีพลันแหงนหน้าหัวเราะลั่น “ฮ่า ๆ ๆ สวรรค์ช่วยข้าแล้ว!”
ม่านฝนปกคลุมทั่วหล้าในพริบตา สายฝนกระหน่ำใส่กำแพงเมืองจนละอองน้ำกระเซ็นไปทั่ว
ดินปืนเปียกชื้นและถูกชะล้างกระจัดกระจาย
“เก็บปืนพ่นไฟกลับมา!”
เหล่าทหารเริ่มออกแรงดึงปืนพ่นไฟกลับไป
แรงต้านจากกองทัพเซี่ยพลันหายไปจนหมดสิ้น
“เก็บตู้พ่นน้ำมันเพลิงเข้าไปด้วย! เร็วเข้า!”
ระเบียบของกองทัพซ่งบนกำแพงเมืองพลันปั่นป่วน
“ตีกลองศึกต่อ เป่าแตรเขาสัตว์!” เฟ่ยทิงหรงจวีตะโกนก้อง “ผู้ใดขึ้นหอประตูเมืองได้เป็นคนแรก จะตบรางวัลหนึ่งพันก้วน!”
เสียงกลองศึกของกองทัพซีเซี่ยดังถี่ขึ้นท่ามกลางฝนกระหน่ำ เสียงแตรประหนึ่งทะลวงผ่านม่านฝน
“ฆ่า! ฆ่า! ฆ่า!”
ฝนกระหน่ำมิอาจดับเจตจำนงสู้รบของชาวซีเซี่ย พวกเขาตะโกนกึกก้อง เสียงร้องรับส่งกันเป็นระลอกดุจคลื่นยักษ์ถาโถมบดขยี้ภูผา ราวกับจะซัดกำแพงค่ายหมี่จือให้พังทลาย
ทหารเซี่ยที่อยู่เบื้องล่างยังคงบุกเข้าโจมตีเมือง!
“ทหารดาบขวาน เตรียมพร้อม!” นายทหารซ่งบนกำแพงเมืองแต่ละคนหน้าตาเขียวคล้ำ ทว่าน้ำเสียงยังหนักแน่นดุจเหล็ก “หน้าไม้โต้วจื่อ เตรียมพร้อม!”
หน้าไม้โต้วจื่อสิบห้าคันที่ตั้งอยู่บนกำแพงเมืองถูกเข็นไปไว้หน้าช่องเชิงเทิน ท่ามกลางฝนกระหน่ำ พวกมันดูคล้ายพาหนะศึกหุ้มเกราะขนาดเล็กที่เตรียมพร้อมมานาน
สายฝนชะล้างตัวหน้าไม้ กระเซ็นเป็นละอองนับไม่ถ้วน
หน้าไม้โต้วจื่อเป็นหน้าไม้ชนิดหนึ่งในบรรดาหน้าไม้สามคันธนูแปดวัว
บันทึกทางประวัติศาสตร์ระบุว่า มีการผูกกระบอกเหล็กไว้กับสายหน้าไม้ ภายในบรรจุลูกธนูธรรมดาหลายสิบดอก เมื่อยิงออกไปคราหนึ่งก็อาจถูกคนหลายสิบคน ผู้คนเรียกกันว่าลูกธนูโต้วจื่อ หรืออีกชื่อหนึ่งว่าลูกธนูอีกาเหมันต์ เปรียบลูกธนูที่กระจายออกไปดุจฝูงอีกาบิน!
