“พ่ะย่ะค่ะ ท่านอ๋อง เมืองหม่าเฉิงเป็นที่ตั้งของที่ว่าการหลวนโจว ที่นี่เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ผลิตธัญพืชได้มากที่สุดในดินแดนเยียน”
“ดี! ดีมาก!”
จินอูจู๋ได้ยินดังนั้นก็ยินดีอย่างยิ่ง จากนั้นกลับร้องไห้โฮ ด่าทอผู้คนที่อยู่เบื้องหน้าอีกยกใหญ่ พาดพิงบรรพบุรุษสิบแปดชั่วโคตรของจ้าวกวนเจีย เยว่เฟย หานซื่อจง และว่านเหยียนชาง
ด่าจบแล้วก็เริ่มหัวเราะเสียงดังอีกครั้ง
ผู้คนรอบข้างต่างมีสีหน้าหวาดหวั่น อ๋องเว่ยคงมิได้เสียสติไปเพราะพ่ายศึกครานี้กระมัง
“ท่านอ๋อง...”
เซียวเป่าโซ่วหนู่กล่าวไม่ทันจบ อูจู๋ก็หัวเราะเสียงดังขึ้นมาอีก “ฮ่า ๆ ๆ... ไปเอาเสบียงทั้งหมดในเมืองหม่าเฉิงมาให้ข้า!”
“ท่านอ๋อง ข้าน้อยเห็นว่าพวกเรานำเสบียงจากเมืองหม่าเฉิงมาเพียงเล็กน้อยก็พอ สิ่งสำคัญที่สุดในยามนี้คือมุ่งหน้าไปด่านหลูหลง และออกจากด่านให้เร็วที่สุด มิฉะนั้นหากกองทัพซ่งไล่ตามมาจะเกิดผลร้ายเกินคาดพ่ะย่ะค่ะ!”
“กองทัพซ่งไล่ตามมาไม่ทันเร็วเพียงนั้น อีกทั้งเยียนอวิ๋นก็กว้างใหญ่ถึงเพียงนี้ พวกเขาไม่มีทางรู้ว่าข้าออกจากด่านทางหลูหลง ไปเอาเสบียงทั้งหมดในเมืองหม่าเฉิงมา ผู้ใดไม่ยอมส่งมอบก็สังหารให้หมด!”
“พ่ะย่ะค่ะ!”
หลังจากดื่มน้ำที่แม่น้ำชิงหลงแล้ว คนกลุ่มหนึ่งก็เร่งมุ่งหน้าไปยังเมืองหม่าเฉิงที่อยู่เบื้องหน้า
ในสมัยราชวงศ์ฮั่นตะวันออก บริเวณแถบนี้เป็นที่ตั้งของคฤหาสน์ขนาดใหญ่ของตระกูลผู้ทรงอิทธิพล เศรษฐกิจรุ่งเรืองอย่างยิ่ง
ครั้นถึงสมัยราชวงศ์สุยและถัง เมืองหม่าเฉิงก็เป็นฐานเสบียงสำหรับการทำศึกกับโคกูรยอ ตำแหน่งทางยุทธศาสตร์ของเมืองจึงไม่ต้องเอ่ยถึง
ทั้งยังมีแม่น้ำหลวนอยู่ใกล้กับเทือกเขาเยียนซาน อาศัยด่านหลูหลงเป็นที่พึ่ง อีกทั้งอยู่ติดป๋อไห่ การค้าเกลือและเหล็กเจริญรุ่งเรืองมาโดยตลอด จึงเป็นหนึ่งในหัวเมืองสำคัญของดินแดนเยียน
