หยางเหยียนราวกับคว้าฟางช่วยชีวิตไว้ได้ รีบกล่าวทันทีว่า “เรื่องนี้เริ่มแรกเป็นอ๋องคังสั่งให้กระหม่อมทำพ่ะย่ะค่ะ”
“คำพูดนี้เป็นความจริงหรือ?”
“ถึงขั้นนี้แล้ว ต่อให้กระหม่อมมีความกล้าหมื่นเท่า ก็ไม่กล้าหลอกลวงฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ”
“นำหยางเหยียนไปคุมขังไว้ในเรือนจำของที่ว่าการจือฝู่”
“พ่ะย่ะค่ะ”
หยางเหยียนถูกนำตัวออกไป หวังฉวินเห็นว่าความหวังยังมี จึงรีบคลานไปข้างหน้า “ฝ่าบาท ฝ่าบาท กระหม่อม...”
“เจ้าก็จะบอกว่าอ๋องคังสั่งให้เจ้าทำเช่นนั้นหรือ?”
หวังฉวินพยักหน้าหงึก ๆ ราวกับลูกเจี๊ยบจิกข้าว
จ้าวหนิงโบกมือ “ลากออกไปตัดหัว”
“ฝ่าบาท... ฝ่าบาท...”
หวังฉวินถูกลากออกไปเช่นกัน
จากนั้น คนที่เหลือต่างตกใจจนหมอบราบอยู่กับพื้น ตัวสั่นงันงก
ทว่าหูเฉวียนยังคงรวบรวมความกล้าขานชื่อคนต่อไป
ที่เขากล้าขึ้นมาได้ก็เพราะสิ่งที่กำลังทำอยู่ในยามนี้ คือการล่วงเกินพรรคฉินฮุ่ยและพรรคอ๋องคัง
เรื่องนี้หาใช่แค่ปลดขุนนางกลุ่มหนึ่งเท่านั้น
ฉินฮุ่ยเป็นขุนนางใหญ่ ส่วนอ๋องคังยิ่งกุมอำนาจหนักหนา
นี่เท่ากับแทงมีดใส่คนทั้งสอง
ในรัชสมัยจักรพรรดิถังเสวียนจง อวี่เหวินหรงรับพระบัญชาให้จัดระเบียบการคลังต้าถัง แต่ขัดแย้งกับจางซั่ว อัครมหาเสนาบดี จางซั่วจึงคอยขัดขวางอวี่เหวินหรง
ท้ายที่สุด ในพิธีบวงสรวงฟ้าดิน อวี่เหวินหรงแทงเขาเข้าให้ จนจางซั่วเสียตำแหน่งอัครมหาเสนาบดี
แล้วหลังจากนั้นเล่า?
อวี่เหวินหรงเป็นอัครมหาเสนาบดีได้ 100 วัน ก็ถูกปลดจากตำแหน่งเช่นกัน
การชิงอำนาจในราชสำนักมีแต่ผลัดกันขึ้นเวที ผู้ใดขับร้องจบ อีกผู้หนึ่งก็ขึ้นแสดง
