วันที่ 3 เดือนหก เปี้ยนจิงมีฝนห่าใหญ่ตกลงมา ชะล้างทุกสิ่งจนสะอาดหมดจด
บ่ายวันนั้น เยว่เฟยผู้พิทักษ์แห่งจวนผู้พิทักษ์อันเป่ย กับอู๋เจี้ยเข้าเฝ้าจ้าวกวนเจียพร้อมกัน
เหล่าขุนนางใหญ่ต่างมาร่วมประชุมด้วย นับเป็นการหารือราชกิจต่อหน้าพระพักตร์ครั้งหนึ่ง
“กระหม่อมขอถวายพระพรให้ฝ่าบาททรงพระเกษมสำราญ”
“ลุกขึ้นเถิด ไม่ต้องมากพิธี” จ้าวหนิงตรัสอย่างรวดเร็ว “นั่งลงเถิด ค่อย ๆ พูดกัน ลองชิมมะพร้าวที่เราให้คนเตรียมไว้สำหรับพวกท่านทั้งสอง ส่งมาจากเกาะฉงโจวโดยด่วน ใช้ม้าเร็วแปดร้อยลี้ เราตั้งใจให้คนเตรียมไว้สำหรับขุนนางทั้งสองโดยเฉพาะ ยังมีอีกส่วนส่งไปที่จวนของพวกท่านแล้ว”
“ฝ่าบาททรงเมตตา กระหม่อมทั้งสองซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณยิ่งนัก”
“ครั้งนี้เราเรียกพวกท่านกลับมาอย่างเร่งด่วน เพราะมีเรื่องสำคัญจะหารือด้วย”
เยว่เฟยกับอู๋เจี้ยต่างนั่งลงตามลำดับ
“ฝ่าบาทโปรดมีพระบัญชา”
“เยว่เฟย การศึกที่จวนอันเป่ยเป็นอย่างไรบ้าง?”
เยว่เฟยกล่าวว่า “กระหม่อมกวาดล้างกองทัพจินไปได้ส่วนหนึ่ง บัดนี้กำลังล้อมอวิ๋นเน่ยโจวอยู่ กองหนุนของชาวจินยกมาจากอวิ๋นโจว บัดนี้รวบรวมทหารหลายหมื่นนายไว้ที่อวิ๋นเน่ยโจว ฝ่ายเรามีทหารม้าสองหมื่นนายประจำอยู่ที่เผ่าทาทาร์ริมแม่น้ำชั่ว เพื่อรักษาสถานการณ์บนทุ่งหญ้าให้มั่นคง”
จ้าวหนิงพยักหน้าแล้วตรัสว่า “ก่อนหน้านี้เราเคยหารือกับเหล่าขุนนางใหญ่ ประเมินกำลังของราชสำนักในยามนี้แล้ว ท้องพระคลังมีเงินทองเพียงพอที่จะสนับสนุนการยกทัพขึ้นเหนือโจมตีแคว้นจิน เหล่าขุนนางใหญ่ก็เห็นเช่นเดียวกัน ทว่าการตัดสินใจนี้เกี่ยวพันกับเรื่องใหญ่ มิใช่สิ่งที่คนอยู่แนวหลังจะนึกเอาเองแล้วตัดสินใจได้ตามใจชอบ เราเคยกล่าวไว้แล้วว่าจะรอให้พวกท่านกลับเมืองหลวงก่อน แล้วจึงถามความเห็น”
