เดือนแปด ณ ซิงชิ่งฝู่ อากาศในฤดูสารทแจ่มใสเย็นสบาย
ต้นหยางเรียงรายเป็นแถว ใต้ม่านฟ้าสีครามเข้ม ใบไม้ราวกับลุกไหม้เป็นสีทอง
ภายในพระราชวังแห่งแคว้นซีเซี่ย หลี่เฉียนซุ่นกำลังรับประทานมื้อเช้า พร้อมขนมหลากชนิด
วันเวลาของหลี่เฉียนซุ่นยิ่งสุขสบายขึ้นทุกที
เขาเอ่ยกับหลี่ฉาเกอซึ่งนั่งร่วมโต๊ะว่า “หลายปีมานี้ พวกเราค้าขายกับแคว้นซ่ง ได้เงินมาเท่าใดแล้ว?”
หลี่ฉาเกอกล่าวว่า “การค้าระหว่างสองแคว้นดำเนินมาสิบปีแล้ว แม้จะหยุดชะงักไปช่วงสั้น ๆ แต่ก็ไม่ได้ส่งผลมากนัก ราชสำนักของเราทำเงินจากแคว้นซ่งได้ราวสิบห้าล้านก้วนแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
หลี่เฉียนซุ่นทอดถอนใจ “เรื่องทำเงินเป็นเพียงเรื่องเล็ก ที่สำคัญคือพวกเราใช้ธนบัตรเจียวเฉาไปซื้อสินค้าจากแคว้นซ่งมากมาย ทั้งยังเร่งขุดแร่เหล็กภายในแคว้น หลอมเกราะเหล็กได้มากกว่าที่เคยมีในรอบร้อยปี และเกณฑ์ม้าศึกจากราษฎรมาเพิ่มอีกจำนวนมาก”
“มิใช่เพียงเท่านั้น ราษฎรยังพึงพอใจ ต่างชื่นชมว่าฝ่าบาททรงเป็นกษัตริย์ผู้ทรงคุณธรรมและเปี่ยมด้วยพระปรีชา” หลี่ฉาเกอกล่าว
คำว่าราษฎรที่หลี่ฉาเกอกล่าวถึงนั้น แท้จริงแล้วไม่ค่อยตรงนัก
ซีเซี่ยได้รับผลประโยชน์ไม่น้อยจากระบบการค้าของต้าซ่งก็จริง แต่ผลประโยชน์ก้อนใหญ่ยังคงตกอยู่ในมือราชสำนักซีเซี่ยและเหล่าขุนนางใหญ่ภายในแคว้น
ส่วนราษฎรทั่วไปของซีเซี่ย ได้ดื่มน้ำแกงสักชามก็นับว่าดีแล้ว
หลังราชสำนักซีเซี่ยทำเงินได้ นอกจากซื้อสิ่งของจำนวนมากจากส่านซีมาใช้ปรนเปรอชีวิตอันฟุ่มเฟือยแล้ว ก็ยังหลอมเกราะเหล็กได้มากอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน และฝึกทหารพร้อมอาวุธเพิ่มขึ้นอีก
ส่วนเงินที่เหล่าขุนนางใหญ่ได้จากการลักลอบส่งม้าศึกให้ต้าซ่งเป็นการส่วนตัว ล้วนถูกนำไปใช้สุรุ่ยสุร่ายจนหมด
