แม้โฉมหน้าของสตรีผู้นั้นจะมิได้งดงามล่มเมือง ทว่ามองแล้วกลับสบายตายิ่ง
นางสวมเสื้อคลุมยาวสีเทาดำดังเขม่าหญ้าร้อยชนิด ดวงตาหงส์คมเรียวยาวเป็นประกายสดใส
ระหว่างสนทนา คิ้วเรียวประดุจใบหลิวคู่นั้นเลิกขึ้นเล็กน้อย ข้างขมับด้านขวามีดอกไม้ประดับอยู่ดอกหนึ่ง ดูแล้วให้กลิ่นอายแปลกแยกจากสตรีในยุคนี้
นางนั่งอยู่กลางโต๊ะยาว รายล้อมด้วยผู้คนมากมาย
ใบหน้าของคนเหล่านั้นมีทั้งความชื่นชม รอยยิ้ม และความประหลาดใจ
ท่ามกลางแสงโคมในราตรีต้นเหมันต์ ภาพเบื้องหน้าดูเปี่ยมด้วยความสำราญและรื่นรมย์
จ้าวหนิงเอ่ยถามว่า “ท่านผู้นั้นคือใครหรือ?”
“ท่านผู้นั้นก็คือท่านอี้อัน”
จ้าวหนิงรู้สึกประหลาดใจอย่างยิ่ง
หลี่ชิงจ้าวในปีนี้มีอายุ 46 ปีแล้ว แม้จะเข้าสู่วัยกลางคน ทว่ากลับยังคงมีกลิ่นอายหลุดพ้นจากโลกีย์
ทั้งเฉลียวฉลาดและแฝงความเกียจคร้าน ทั้งงดงามหมดจดและเจือความเศร้าสร้อย
มือข้างหนึ่งของนางวางค้ำโต๊ะ รองคางไว้ มุมปากประดับรอยยิ้มบาง
คนรอบข้างอดทอดถอนใจไม่ได้ว่า “วิชาตีหมากของท่านอี้อันยังคงยอดเยี่ยมที่สุด!”
นั่นคือหลี่ชิงจ้าวผู้มีพรสวรรค์เลื่องลือสะเทือนหล้าหรือ?
หลี่ชิงจ้าวมิได้เพียงแต่งบทกวี ยังชื่นชอบการดื่มสุราและตีหมากด้วย
การตีหมากที่กล่าวถึงนี้เป็นเกมกระดานชนิดหนึ่ง คล้ายหมากบิน แต่ซับซ้อนกว่ามาก อีกทั้งยังมีหลักการวางกลยุทธ์อยู่ไม่น้อย
หลี่ชิงจ้าวนับเป็นปรมาจารย์ชั้นยอดในด้านนี้อย่างแท้จริง
