ทันทีที่เกาชิวกล่าวเช่นนี้ ทั้งโถงก็พลันฮือฮาขึ้นมา
เดิมทีเมื่อครู่ทุกคนต่างพุ่งเป้าไปที่หลินอี้เฟย
ทุกคนคิดว่าคำให้การของนักโทษคนสำคัญผู้นี้จะชี้ตรงไปยังหลินอี้เฟยเช่นกัน นึกไม่ถึงว่าจะเป็นฉินฮุ่ย
ลวี่อี้ห้าวกับจ้าวติ่งที่อยู่ด้านข้างสบตากัน
ลวี่อี้ห้าวกล่าวว่า “เกาไท่เว่ย คำพูดเช่นนี้จะกล่าวส่งเดชไม่ได้ ฉินเซี่ยงกงเป็นขุนนางผู้บริหารราชการในราชสำนัก เป็นเสาหลักของแผ่นดินภายใต้นโยบายใหม่ของฝ่าบาท”
ดูออกว่าลวี่อี้ห้าวเองก็ไม่เชื่อว่าฉินฮุ่ยลอบติดต่อกับชาวจิน
แม้ลวี่อี้ห้าวจะไม่ชอบฉินฮุ่ย ทั้งสองมีความเห็นทางการเมืองไม่ลงรอยกันหลายประการ แต่ลวี่อี้ห้าวก็ยังยอมรับในตัวฉินฮุ่ยอย่างยิ่ง
ระหว่างที่ฉินฮุ่ยดำรงตำแหน่ง เขาก็มีผลงานทางการเมืองให้เห็นไม่น้อย
แม้ว่าวิธีการของเขาจะไม่สง่างามนัก
แต่คนที่เล่นการเมืองเหล่านี้ย่อมรู้ดีว่า มีผู้ใดบ้างที่ใช้วิธีการอย่างขาวสะอาดหมดจด?
ในยุคโบราณ ภาพฝันอันงดงามเกี่ยวกับคุณธรรมของชนชั้นสูง เป็นผลจากการที่ชนชั้นสูงค่อย ๆ ปลูกฝังความคิดเช่นนี้แก่ราษฎรชั้นล่างมาเป็นเวลานาน
การทำเช่นนี้ก็เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยโดยรวม
ทว่าในแวดวงชนชั้นสูงเองก็มีเส้นแบ่งที่ห้ามล่วงละเมิด
เส้นแบ่งนั้นมิได้อยู่ที่ว่ากดขี่ราษฎรหรือไม่ ตราบใดที่ไม่ทำเกินไป ขุนนางทั้งหลายก็พร้อมจะหลับตาข้างหนึ่ง
แล้วเส้นแบ่งของพวกเขาคือสิ่งใด?
ข้อแรก ห้ามช่วยคนชั้นล่างแย่งชิงทรัพยากรของชนชั้นสูง ซึ่งก็คือสิ่งที่เรียกว่าการปฏิรูป
การปฏิรูปเช่นที่จ้าวหนิงดำเนินการ ก็เป็นการดึงขุนนางฝ่ายหนึ่งมาเล่นงานอีกฝ่ายหนึ่ง เขาไม่มีทางพึ่งพาราษฎรชั้นล่างเพียงลำพังเพื่อกดขี่ขุนนางเป็นแน่
