“อะไรนะ! เยว่เฟยยกทัพแล้ว!” หลี่กังตกตะลึง สีหน้าเคร่งขรึม “ผู้ใดมอบอำนาจให้เขา?”
ตำแหน่งซูมี่ฟู่สื่อของหลี่กังย่อมสูงกว่าเยว่เฟย
ตามระบบอำนาจทางทหารทั่วไป จิงเลวี่ยสื่อมีอำนาจด้านการทหารและการปกครอง ทว่าอำนาจดังกล่าวจำกัดอยู่เพียงการจัดการกิจการทหารและการปกครอง
อาทิ การฝึกทหารในท้องถิ่น การโยกย้ายเสบียงยุทโธปกรณ์ วินัยทหาร ตลอดจนการปรับโครงสร้างหน่วยงาน ล้วนอยู่ในขอบเขตที่จิงเลวี่ยสื่อมีสิทธิจัดการ
แม้กระทั่งยามทำศึก ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนยุทธศาสตร์ การจัดสรรทรัพยากรทางยุทธศาสตร์ การวางกำลังพล หรือการจัดวางยุทธวิธี จิงเลวี่ยสื่อก็สามารถเข้าแทรกแซงได้โดยตรง
ในประวัติศาสตร์ต้าซ่ง ไม่ว่าฟ่านจ้งเยียนหรือจางเจี๋ย ต่างก็เคยดำรงตำแหน่งจิงเลวี่ยสื่อ (ข้าหลวงดูแลชายแดน)
อำนาจของตำแหน่งนี้หนักหนายิ่ง โดยทั่วไปมักแต่งตั้งขุนนางฝ่ายบุ๋นให้ดำรงตำแหน่ง
ทว่า จิงเลวี่ยสื่อไม่มีอำนาจยกทัพ
ตัวอย่างเช่น ยามศัตรูบุกมา ย่อมสามารถระดมกองทัพออกไปรบกับศัตรูได้ แต่ในยามปกติ จะระดมกองทัพไปโจมตีศัตรูตามอำเภอใจไม่ได้
การจัดวางอำนาจเช่นนี้นับว่าเหมาะสมอย่างยิ่ง สามารถป้องกันไม่ให้ฝ่ายทหารก่อกบฏ อีกทั้งยังควบคุมอำนาจของแม่ทัพชายแดนได้
แต่ข้อเสียคือ หากเกิดความวุ่นวายในแคว้นศัตรู จิงเลวี่ยสื่อก็ไม่อาจยกทัพไปได้ตามใจ ต้องรายงานเมืองหลวงก่อน
เรื่องนี้ย่อมสมเหตุสมผล เพราะหากจะทำสงคราม ไม่ใช่เพียงหัวเมืองชายแดนที่ต้องออกแรง อาจต้องระดมกำลังบำรุงจากพื้นที่อื่นด้วย จึงจำเป็นต้องส่งเรื่องให้หน่วยงานระดับสูงขึ้นไปวางแผนจัดการโดยทั่วถึง
ทุกสิ่งย่อมมีทั้งข้อดีและข้อเสีย
หลี่กังเป็นคนดื้อรั้น แล้วเขาดื้อรั้นเพียงใดหรือ?
หากขั้นตอนใดควรดำเนินแต่มีผู้ละเว้น เมื่อมาถึงมือเขา ก็ไม่มีทางผ่านไปได้อย่างเด็ดขาด ต่อให้ฮ่องเต้เอาดาบมาจ่อคอ เขาก็ไม่ยอม!
