ปลายปีนี้ค่าใช้จ่ายทางทหารจะสูงถึง 30 ล้านก้วน ต่อให้เริ่มเก็บเงินจากทั่วทุกหัวเมือง แล้วขนส่งไปยังแนวรบด้านเหนือให้ทันก่อนสิ้นปี เวลาก็คงกระชั้นชิดอย่างยิ่ง
ที่ใดมีเงินอยู่บ้างนะ?
แน่นอนว่าต้องเป็นกระเป๋าของเชื้อพระวงศ์!
เงินทองก็มีไม่น้อย ที่นาก็มากมาย กิจการก็มีอยู่ไม่น้อย
คนพวกนี้ไม่ได้รับราชการ ทั้งยังไร้ประโยชน์ จะรีดไถพวกเขาย่อมเหมาะสมที่สุด
จ้าวโก้วเลือดร้อนเต็มอก ถูกฮ่องเต้จอมเจ้าเล่ห์ไร้ยางอายหลอกจนหัวหมุน โดยไม่รู้ตัวเลยแม้แต่น้อย
หลังสนทนากับจ้าวโก้วแล้ว จ้าวหนิงรู้สึกว่าเรื่องนี้ยังไม่จบ เขาหันไปสั่งให้หนังสือพิมพ์ตงจิงเริ่มสรรเสริญอ๋องคัง กล่าวถึงความกล้าหาญของอ๋องคังเมื่อเดินทางไปเจรจากับค่ายทหารจินที่แนวรบด้านเหนือ และความทุ่มเทตรากตรำที่ต้าหมิงฝู่
ชั่วขณะนั้น ในหมู่ชาวบ้านต่างพากันยกย่องความกล้าหาญของอ๋องคัง
เมื่อจ้าวโก้วเห็นหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ที่บ้าน ก็ตื่นเต้นจนแทบหลั่งน้ำตา
ชื่อเสียงของอ๋องคังจึงยิ่งสูงขึ้นไปอีก
หากเฉาอาหมาน ผู้เป็นยอดคนเจ้าเล่ห์มาอยู่ที่นี่และได้เห็นภาพนี้ เขาคงหัวเราะแล้วกล่าวว่า “สิ่งใดเรียกว่าการยกย่องจนตาย? นี่แหละคือการยกย่องจนตาย!”
เรื่องนี้ยิ่งทำให้จ้าวโก้วมุ่งมั่นที่จะยอมทำลายญาติเพื่อรักษาความถูกต้อง
ปลายเดือนหก เสบียงจำนวนมากหลั่งไหลเข้าสู่เมืองเปี้ยนจิง
หลังจากขนส่งต่อเนื่องนานกว่าสองเดือน ปริมาณเสบียงในเมืองเปี้ยนจิงก็เพิ่มขึ้นให้เห็นอย่างชัดเจน
เสบียงส่วนหนึ่งที่ยึดมาจากเส้าจ๋อชิง หลี่ฮ่วน และคนอื่น ๆ ก็ทยอยนำออกสู่หมู่ชาวบ้านเช่นกัน
ถึงวันที่ 25 เดือนหก จ้าวหนิงได้รับข่าวว่าในเปี้ยนจิงมีร้านขายข้าวเปิดกิจการแล้ว โดยกำหนดราคาข้าวไว้ที่ 3 ก้วนต่อหนึ่งสือ
ราคานี้ยังคงสูงยิ่งนัก ในรัชสมัยจักรพรรดิเสินจง ราคาข้าวอยู่ที่ราว 700 เหวินต่อหนึ่งสือ
