โดยทั่วไป เหยื่อในอุทยานหลวงล้วนมีนิสัยเชื่อง หลังสิ้นสุดการล่าสัตว์ ทุกคนต่างนำของที่ล่ามาได้ออกมาอวด
โหรวเจียล่ากวางได้ 1 ตัวกับกระต่าย 1 ตัว
จ้าวจิ่นกลับล่ากวางได้ถึง 2 ตัว และกระต่าย 3 ตัว
ทว่าจ้าวอวี๋เจ้าหนูนี่อวดดีเสียยิ่งกว่า เขาล่ากวางได้ 2 ตัว นก 5 ตัว และกระต่าย 6 ตัว
ส่วนจ้าวฉุน เนื่องจากอายุเพียง 6 ขวบ จึงไม่ได้ร่วมล่าสัตว์ แต่ทำโจทย์เรขาคณิตกับฟิสิกส์อยู่ในกระโจม เขียนอย่างเพลิดเพลินยิ่ง
“ดูท่าวันนี้อวี๋เอ๋อร์จะชนะ” จ้าวหนิงมองจ้าวอวี๋พลางถาม “เจ้าอยากได้สิ่งใด?”
“ลูกอยากให้เสด็จพ่อประทานคันธนูชั้นดีให้ลูกสักคัน!”
“อ้อ เหตุใดจึงอยากได้ธนูเล่า?”
“ลูกอยากเก่งกาจอย่างเยว่เผิงจวี่ ง้างคันธนูใหญ่หนักสามร้อยจินได้!”
“ได้ เรามีคันธนูวิเศษอยู่คันหนึ่ง แม้จะหนักไม่ถึงสามร้อยจิน แต่ก็หนักถึงหนึ่งร้อยห้าสิบจิน เราจะประทานให้เจ้า!”
“ขอบพระทัยฝ่าบาท!”
หลังการล่าสัตว์สิ้นสุดลง จ้าวหนิงจัดงานเลี้ยงในอุทยานหลวง ต้อนรับเหล่าขุนนางใหญ่
ภายในงานเลี้ยง ฮ่องเต้และขุนนางต่างร่วมสำราญกันอย่างกลมเกลียว
จ้าวหนิงเรียกจ้าวโก้วเข้ามา แล้วเอ่ยว่า “วันนี้เหตุใดพี่เก้าจึงไม่ดื่มสุรา?”
“ช่วงนี้กระหม่อมร่างกายไม่สู้ดี จึงดื่มไม่ไหวพ่ะย่ะค่ะ”
“อ้อ เป็นอะไรไป?”
“อาจเป็นไข้หวัดร้อน บัดนี้อาการดีขึ้นมากแล้ว ขอฝ่าบาทโปรดอภัยที่กระหม่อมไม่อาจร่วมดื่มสุรากับกวนเจียได้พ่ะย่ะค่ะ”
“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ เจ้าติดไข้หวัดร้อน เหตุใดจึงไม่บอกเรา เราจะให้หมอหลวงในวังไปตรวจรักษาเจ้า”
“ฝ่าบาททรงกังวลพระราชกิจ กระหม่อมไหนเลยกล้ารบกวนพระองค์ ไม่เป็นไรพ่ะย่ะค่ะ อาการดีขึ้นมากแล้ว”
จ้าวหนิงสั่งให้คนไปอุ่นน้ำแกงเนื้อแกะหนึ่งชามให้จ้าวโก้วทันที
จ้าวโก้วขยับเข้ามาใกล้เล็กน้อย แล้วเอ่ยว่า “กวนเจีย กระหม่อมมีเรื่องอยากกราบทูลอยู่บ้าง แต่ไม่ทราบว่าควรกล่าวหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”
