ว่านเหยียนเกาได้ยินว่ารายงานการศึกของจงฝู่ส่งมาถึงแล้ว ก็พลันฮึกเหิมขึ้นมาอีกครั้ง
ในใจว่านเหยียนเกา สถานการณ์ของจงฝู่ในยามนี้กำลังไปได้สวย ข่าวที่ส่งมาก็คงเป็นข่าวดีอย่างไม่ต้องสงสัย
ครั้นอ่านรายงานการศึกของจงฝู่จบ รอยยิ้มบนใบหน้าว่านเหยียนเกาก็แข็งค้าง ก่อนจะค่อย ๆ หม่นคล้ำลง และท้ายที่สุดก็กลายเป็นเขียวคล้ำ
จงหานเอ่ยว่า “องค์ชาย เกิดอะไรขึ้นพ่ะย่ะค่ะ?”
ว่านเหยียนเกาไออย่างรุนแรง ก่อนกระอักเลือดออกมาคำหนึ่ง แล้วทรุดฮวบลงไป
“องค์ชาย!” จงหานรีบประคองว่านเหยียนเกาไว้ “ใครก็ได้! มานี่เร็ว!”
เดิมทีร่างกายของว่านเหยียนเกาก็อ่อนแอ ทั้งยังเจ็บป่วยเรื้อรัง
เมื่อเห็นรายงานการศึกฉบับนี้ของจงฝู่ เขาก็โกรธจนเลือดลมปั่นป่วน กระอักเลือดและหมดสติไปในทันที
จงฝู่มิได้ส่งรายงานการศึกไปยังเยียนจิงเท่านั้น แต่ยังส่งฉบับหนึ่งไปให้จงวั่งที่ซ่างจิงด้วย
วันที่ 25 เดือนสาม ซ่างจิงก็ได้รับรายงานการศึกของจงฝู่
ชั่วขณะนั้น สถานการณ์รบแนวรบตะวันออกสร้างความตื่นตะลึงไปทั่วราชสำนักแคว้นจิน
กองทัพหนึ่งแสนนายพังพินาศ นี่เป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
แม้แต่โหลวซื่อที่ส่านซีก็ยังเหลือกำลังพลอีกห้าหมื่นนาย ซึ่งรวบรวมกันตั้งมั่นเผชิญหน้ากับกองทัพซ่งอยู่ในส่านซี
แน่นอนว่า เมื่อจงฝู่กลับถึงเหอเจียนฝู่ สิ่งแรกที่ทำก็คือทุบตีว่านเหยียนชางอย่างหนัก
ว่านเหยียนชางร้องเรียกบิดามารดาเสียงหลง ถูกตีจนแทบจะตัวปลิว กางเกงเกือบหลุดเสียด้วยซ้ำ!
ในรายงานการศึกของจงฝู่ ความรับผิดชอบต่อความพ่ายแพ้ส่วนใหญ่ถูกโยนให้ว่านเหยียนชาง
แต่ผู้ที่เขียนจดหมายถึงพี่รองจงวั่งมิได้มีเพียงองค์ชายสามจงฝู่เท่านั้น ว่านเหยียนชางก็เขียนจดหมายถึงจงวั่งด้วยเช่นกัน
ว่านเหยียนชางกลับโยนความผิดทั้งหมดให้จงฝู่ โดยเห็นว่ากลยุทธ์ที่จงฝู่ใช้กับฝู่เฉิงเป็นต้นเหตุของความผิดพลาดทั้งปวง
