ทุกครั้งที่ได้พบเยว่เฟย จ้าวหนิงก็รู้สึกอุ่นใจอย่างยิ่ง
ภายในตำหนักเหวินเต๋อ เยว่เฟยรายงานเรื่องราวที่เกิดขึ้นในหวยซีตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา
สำหรับเยว่เฟย ความวุ่นวายในท้องถิ่นของหวยซีนับเป็นเรื่องเล็กน้อย
ที่จ้าวหนิงส่งเขาไป ก็เพียงต้องการให้เขานำทัพออกไปฝึกฝนให้มากขึ้น
“เผิงจวี่ เราตั้งใจจะส่งเจ้าไปฝู่เฉิง เจ้ายินดีหรือไม่?”
“สุดแล้วแต่ฝ่าบาทจะทรงบัญชา”
“ยามนี้ในเหอเป่ยและเหอตง มีกลุ่มโจรจำนวนมากรวมตัวก่อความวุ่นวาย สร้างความเดือดร้อนไปทั่วถิ่น” จ้าวหนิงส่งเอกสารหลายฉบับให้เยว่เฟย “อีกทั้งแนวป้องกันทางตะวันออกยังค่อนข้างอ่อนกำลัง เราจึงคิดส่งเจ้าไปฝู่เฉิง”
“ฝู่เฉิงตั้งอยู่ทางใต้ของเหอเจียนฝู่ ระหว่างเหอเป่ยตะวันตกกับเหอเป่ยตะวันออก เราหวังว่าเจ้าจะสร้างผลงานอันยิ่งใหญ่ที่นั่น”
“กระหม่อมจะไม่ทำให้ภารกิจที่ได้รับมอบหมายต้องเสื่อมเสียพ่ะย่ะค่ะ!”
“ในกองทัพของเจ้ามีทหารม้ากี่นาย?”
“มีทหารม้า 3,000 นายพ่ะย่ะค่ะ”
“หากต้องเปิดศึกใหญ่กับทหารหนึ่งแสนนาย ทหารม้า 3,000 นายของเจ้าจะพอหรือไม่?”
เยว่เฟยครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนตอบว่า “หากเพิ่มเป็น 6,000 นายได้ย่อมดีที่สุดพ่ะย่ะค่ะ”
“ดี! เราจะเพิ่มให้เจ้าเป็น 6,000 นาย ทั้งยังจัดม้าให้ทหารม้าแต่ละนายคนละ 3 ตัว!”
“ฝ่าบาท บัดนี้จำนวนม้าศึกมีไม่เพียงพอ หากจัดเช่นนี้ กระหม่อมเกรงว่ากองทัพอื่นคง...”
“เจ้าไม่ต้องกังวล เรามีแผนการอยู่แล้ว”
“พ่ะย่ะค่ะ!”
เยว่เฟยเพิ่งกลับถึงเมืองหลวงเพื่อส่งมอบอำนาจบัญชาการทหาร จากนั้นก็ไปยังสำนักกิจการทหารและการปกครองเพื่อรับตราบัญชาการทหารอีกครั้ง เมื่อรวบรวมกำลังพลเรียบร้อยแล้ว เขาก็มุ่งหน้าขึ้นเหนือไปยังฝู่เฉิงโดยเร็ว
วันที่ 13 เดือนสิบ นายทหารใหม่จำนวน 300 นายจากสำนักฝึกทหารเมืองตงจิง ซึ่งมีระดับความสามารถแตกต่างกันออกไป ออกเดินทางจากเมืองหลวง มุ่งหน้าไปยังหกเส้นทางทหารในส่านซี
เช้าตรู่วันที่ 14 เดือนสิบ เกาชิววิ่งมาถึงตำหนักเหวินเต๋อ “ฝ่าบาท พบตัวบัณฑิตหวังผู้นั้นแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
