หลิวเฉียนคิดว่าหลี่เยี่ยนเซียนเสียสติไปแล้ว
แต่ความจริงคือไม่มีโอกาสเหลือแล้วจริง ๆ
หากหวังอี่สวามิภักดิ์ต่อชาวซีเซี่ยเมื่อใด เมืองหลานโจวย่อมแตกเมื่อนั้น และเมื่อเมืองหลานโจวแตก เส้นทางซีเหอก็จะสูญสิ้น ดินแดนหลงโหย่วย่อมตกอยู่ในมือผู้อื่นอย่างแน่นอน
หลี่เยี่ยนเซียนกล่าวอย่างเด็ดขาดว่า “ยามวิกฤตเช่นนี้ จำต้องใช้แผนการนอกสามัญ แม้ต้องเสี่ยงอันตรายก็ไม่อาจลังเล!”
“ใต้เท้าหลี่!” หลิวเฉียนมีสีหน้าซาบซึ้ง “ใคร ๆ ต่างกล่าวว่าใต้เท้าหลี่มีคุณธรรมสูงส่งและจงรักภักดีไร้ผู้ใดเทียบ วันนี้ได้พบกับตาตนเอง ข้าน้อยเลื่อมใสยิ่งนัก!”
“กองกำลังของข้าตั้งค่ายอยู่บนภูเขาทางตะวันออกเฉียงเหนือจากที่นี่ 20 ลี้ หากข้าไปแล้วไม่ได้กลับมา เจ้าจงนำพวกเขาต่อต้านโจรซีต่อไป!”
“ข้าจะไปป้อมอากานพร้อมกับใต้เท้าหลี่!”
“ไม่ได้ คนของเจ้าไปด้วยไม่ได้ หวังอี่จะคิดว่าพวกเราสมคบคิดกัน”
“ใต้เท้าหลี่!” หลิวเฉียนตาแดงก่ำ “รักษาตัวด้วย!”
หลี่เยี่ยนเซียนนำคนของตนมุ่งหน้าไปยังป้อมอากาน
ในระหว่างนั้น สายลมพัดขึ้นอีกครั้งในหุบเขา
ในยุคโกลาหลนี้ ชีวิตคนต่ำต้อยดุจหญ้า บ้างต่ำช้าเห็นแก่ตัว บ้างห้าวหาญยอมสละชีพ
ราวครึ่งชั่วยามต่อมา หลี่เยี่ยนเซียนก็นำคนของตนมาถึงป้อมอากาน
“รายงาน! ด้านนอกมีคนอ้างตนว่าหลี่เยี่ยนเซียนมาขอเข้าพบ กล่าวว่าอยากพบแม่ทัพหวัง!”
สวีฉงเยี่ยนชะงักเล็กน้อย “เป็นเขา! เหตุใดจู่ ๆ จึงมา?”
สวีฉงเยี่ยนเร่งไปแจ้งเรื่องนี้ หวังอี่เองก็ประหลาดใจอยู่บ้าง “เขาไม่ได้อยู่ที่ฮุ่ยโจวหรือ เหตุใดจึงมาถึงที่นี่?”
“พบเขาก่อนแล้วค่อยว่ากัน ดูท่าทีของเขาเสียก่อน”
“คนผู้นี้ได้รับการชุบเลี้ยงจากจางจวิ้น ย่อมคัดค้านการสวามิภักดิ์ของพวกเราเป็นแน่”
สวีฉงเยี่ยนกล่าวเสียงเย็นว่า “เช่นนั้นก็สังหารเขาเสีย!”
