หลี่ฉาเกอหันกลับไปมองบนเนินเขา เพียงเห็นเท่านั้น สีหน้าก็พลันเขียวคล้ำ
เห็นเพียงทหารม้าเกราะเหล็กกลุ่มนั้นพลิกทะลักเข้ามาราวคลื่นทะเล ก่อนแผ่กระจายเต็มเนินเขา พัดพาฝุ่นผงและเศษหญ้าฟุ้งกระจายเป็นสาย แล้วทะยานลงมาราวกระแสน้ำเชี่ยว
ทหารซีเซี่ยที่อยู่เบื้องล่างต่างชะงักงัน
ไม่รู้ว่าใครตะโกนขึ้นมาว่า “ข้าศึกบุก!” ทว่าเสียงนั้นกลับแผ่วเบาเหลือเกินเมื่อเทียบกับเสียงกีบม้าเหล็กสองพันคู่ที่คำรามกึกก้อง
หลี่ฉาเกอกระโจนขึ้น แล้ววิ่งสุดกำลังไปยังกระโจมของตน พลางคำรามลั่นว่า “ปิดประตูค่ายไว้! เร็วเข้า! ที่เหลือไปสวมเกราะ! พลหน้าไม้! พลหน้าไม้!”
จางชุนหมิงเองก็ตื่นตระหนก รีบตามไปทันที
กองกำลังของหลี่จงเซี่ยวเพิ่งออกมาจากค่ายทหาร เตรียมมุ่งขึ้นเหนือไปซุ่มโจมตีที่ซานฉ่าโข่ว ทว่าขณะนั้นยังไม่ทันเตรียมพร้อม ไหนเลยจะคาดคิดว่าจู่ ๆ จะมีกองทหารม้าซ่งโผล่ออกมา
ทหารซีเซี่ยเหล่านั้นต่างสมองขาวโพลน ครั้นได้สติ ทหารม้าซ่งแนวหน้าก็ขึ้นสายธนูยิงลูกศรแล้ว
ลูกศรพุ่งมาไม่ขาดสายดุจห่าฝน ทหารม้าที่ไร้เกราะตรงปากประตูค่ายพลันถูกยิงตกจากหลังม้า
ไม่เพียงทหารซีเซี่ยที่เพิ่งออกจากประตูค่ายมาได้ไม่นานจะตกจากหลังม้า แม้แต่ผู้ที่กำลังจะปิดประตูอยู่ตรงนั้นก็ถูกลูกศรยิงใส่เช่นกัน
การบุกโจมตีของกองทัพซ่งรวดเร็วราวสายฟ้าฟาด
“เร็วเข้า! รีบโต้กลับ...” หลี่จงเซี่ยวเดือดดาล
ในยามคับขัน ทหารซีเซี่ยต่างลนลานหยิบธนูและลูกศรจากข้างม้า
แต่ไหนเลยจะทัน หลังจากยิงธนูระลอกหนึ่ง ทหารม้าซ่งก็พุ่งทะยานลงมาราวกระแสน้ำหลาก
หลี่ซื่อฝู่ควบม้านำหน้า มือข้างหนึ่งถือกระบองหนามหนักสิบกว่าจิน ฟาดใส่ทหารซีเซี่ยคนหนึ่งตรงประตูจนร่างลอยละลิ่วไปตกบนหลักไม้ขวางม้า ถูกเสียบคาอยู่บนนั้น
