คำพูดของกวนซือกู่แฝงความโศกเศร้าเด็ดเดี่ยวอยู่หลายส่วน
เหออวี้กล่าวอย่างตื่นเต้นว่า “ท่านเจ้าเมืองกวน ข้าน้อยยินดีรั้งศัตรูไว้ ท่านโปรดนำเหล่าทหารฝ่าวงล้อมออกไปยังเส้นทางหวนชิ่งเพื่อขอกำลังเสริมเถิด!”
กวนซือกู่ไม่เอ่ยอะไรอีก เขายังคงตรวจนับรายชื่อในสมุด พอตรวจนับเสร็จก็เริ่มจัดการ
“รายงาน! มีกำลังพลซีเซี่ยกลุ่มหนึ่งมุ่งหน้าไปทางใต้”
เหออวี้มีสีหน้าเคร่งเครียด “หรือว่าที่คนซีเซี่ยกล่าวว่าทหารซีโจวยอมจำนนจะเป็นเรื่องจริง!”
กวนซือกู่ปิดสมุดแล้วกล่าวว่า “สถานการณ์เร่งด่วน จงแจกจ่ายเสบียงลงไป หลังทุกคนกินเสร็จให้เข้าแถว เตรียมออกโจมตี!”
“ขอรับ!”
ยามนั้น หลี่เยี่ยนเซียนนำทหารจากซีโจว รวมทั้งกำลังพลที่นำมาจากฮุ่ยโจวและเมืองซีอานโจว มุ่งหน้าไปทางเหนืออย่างยิ่งใหญ่
การสังหารหวังอี่ต่อหน้าทุกคน จับกุมสวีฉงเยี่ยน ล้างแค้นให้หวังเฉวียน ต่อมายังเรียกหลิวเฉียนรองจ่งก่วนกลับมา อีกทั้งในช่วงสองวันที่ผ่านมายังทำเรื่องสำคัญอีกอย่างหนึ่ง ทำให้บารมีของหลี่เยี่ยนเซียนในกองทัพพุ่งถึงขีดสุด
เรื่องอันใดหรือ?
เขาให้คนตรวจสอบการจ่ายเบี้ยหวัดของกองทัพ การจ่ายเงินช่วยเหลือแก่ทหารบาดเจ็บในอดีต ตลอดจนการแจกจ่ายเสบียงทหาร
เรื่องเหล่านี้ช่วยประคองขวัญกำลังใจของทหารไว้ชั่วคราวอย่างไม่ต้องสงสัย ทั้งยังกระตุ้นขวัญกำลังใจของกองทัพ
หลี่เยี่ยนเซียนไม่เคยบัญชาการกองทัพที่มีทหารเกินหนึ่งหมื่นนาย ด้วยสภาพของเขาในยามนี้ การบัญชาการทหารสามหมื่นห้าพันนายออกรบย่อมเป็นเรื่องยาก ไม่อาจควบคุมสถานการณ์ได้ในเวลาอันสั้น
ดังนั้น เขาจึงมอบอำนาจบัญชาการสูงสุดให้หลิวเฉียน
