ว่านเหยียนเสอมู่กล่าวว่า “จางเซี่ยวฉุน ที่เจ้าพูดเช่นนี้ เพราะจงใจยั่วโทสะข้า ให้ข้านำทหารไปโซ่วหยาง แล้วให้กำลังหลักของกองทัพซ่งมาล้อมโจมตีไท่หยวนใช่หรือไม่?”
จางเซี่ยวฉุนกล่าวว่า “ข้าน้อยมิกล้ามีความคิดเช่นนั้น บัดนี้ข้าน้อยเป็นขุนนางของแคว้นจิน ย่อมจงรักภักดีต่อราชสำนักต้าจิน”
ว่านเหยียนเสอมู่กล่าวเสียงเย็นว่า “พวกชาวซ่งอย่างพวกเจ้านี่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม!”
ว่านเหยียนหูเจี่ยกล่าวว่า “ตูถ่ง บัดนี้ควรทำเช่นไร?”
ว่านเหยียนเสอมู่กล่าวว่า “จางเซี่ยวฉุน เจ้าถอยไปก่อน”
“ข้าน้อยขอตัว”
จางเซี่ยวฉุนออกจากถ่งจวินซือ
ว่านเหยียนเสอมู่กล่าวว่า “เป้าหมายของกำลังหลักกองทัพซ่งคือเมืองไท่หยวน เมื่อพวกเขาวางแผนเช่นนี้ เราก็ซ้อนกลตามแผนเสียเลย!”
เยลี่ว์จินกล่าวว่า “ตูถ่งรู้อยู่แล้วว่านี่เป็นแผนของกองทัพซ่ง เหตุใดจึงยังจะไปโซ่วหยาง?”
“ข้าติดตามไท่จู่ทำศึกมานับสิบปี อาศัยสิ่งใดกัน! ก็อาศัยความกล้าหาญ!” ว่านเหยียนเสอมู่หัวเราะลั่น “ให้กำลังหลักของกองทัพซ่งมาล้อมโจมตีไท่หยวนเถิด! ในเมื่อพวกเขาคิดว่าข้าสู้ว่านเหยียนซาหลีกั่วไม่ได้ ก็ให้พวกเขามา! ถึงเวลานั้นข้าจะยึดโซ่วหยาง แล้วตัดหัวอู๋เจี้ยด้วยมือตนเองใต้กำแพงเมืองไท่หยวน ให้กองทัพซ่งรู้ว่าพวกเขาโง่เขลาเพียงใด”
เยลี่ว์จินกล่าวว่า “ตูถ่ง ให้แม่ทัพผู้น้อยไปโซ่วหยางแทนเถิด โซ่วหยางเล็กเพียงนั้น เหตุใดต้องให้ตูถ่งเดินทางไปด้วยตนเอง!”
“ไม่! ข้าจะไปด้วยตนเอง กองทัพซ่งจึงจะคิดว่าแผนล่อเสือออกจากถ้ำของพวกเขาสำเร็จแล้ว จางเซี่ยวฉุนจึงจะส่งข่าวให้กองทัพซ่ง!”
ว่านเหยียนหูเจี่ยกล่าวว่า “ในเมื่อตูถ่งรู้ว่าจางเซี่ยวฉุนส่งข่าวให้กองทัพซ่ง เหตุใดไม่สังหารเขาเสีย?”
