“ท่านฉิน ผู้นี้คือท่านหลูชิงหลิวที่ข้าเคยกล่าวถึงให้ท่านฟังอยู่เสมอ”
“ท่านหลู อ๋องคังเอ่ยถึงท่านต่อหน้าข้าอยู่บ่อยครั้ง”
“มิกล้า มิกล้า”
“ได้ยินว่าท่านทำการค้าหลายอย่างในอิงเทียนฝู่ ทั้งยังช่วยเชื้อพระวงศ์ขายที่นาได้ราคาดี”
เชื้อพระวงศ์ที่ฉินฮุ่ยกล่าวถึง คือเชื้อพระวงศ์ในอิงเทียนฝู่
เชื้อพระวงศ์ที่นั่นสืบสายเลือดมาจากจ้าวควงอิ้น ส่วนเชื้อพระวงศ์ที่จัดการในเมืองตงจิงก่อนหน้านี้สืบสายเลือดมาจากจ้าวกวงอี้
นับแต่จ้าวโก้วจัดระเบียบเชื้อพระวงศ์ในตงจิง แล้วไปดูแลนโยบายเกษตรใหม่ที่อิงเทียนฝู่อยู่ช่วงหนึ่ง เขาก็ช่วยเชื้อพระวงศ์ในอิงเทียนฝู่จัดการที่นาไปจนหมด
ส่วนหลูชิงหลิวผู้นี้เป็นผู้ลงมือดำเนินการอยู่เบื้องหลัง
“ทั้งหมดเป็นเพราะอ๋องคังชี้แนะได้เหมาะสมพ่ะย่ะค่ะ”
จ้าวโก้วกล่าวว่า “ท่านหลู ข้ามีเรื่องสำคัญจะพูดกับท่านเรื่องหนึ่ง”
“ขอท่านอ๋องโปรดชี้แนะพ่ะย่ะค่ะ”
“ราชสำนักเตรียมผลักดันห้างการค้าใหม่” จ้าวโก้วเล่าเรื่องที่หารือกับจ้าวกวนเจียให้ฟังโดยละเอียด
“พระประสงค์ของฝ่าบาทคือใช้ห้างการค้าแบบใหม่จัดตั้งกลุ่มที่ทำหน้าที่ขนส่งเสบียงโดยเฉพาะ อีกทั้งผู้ที่มีทรัพย์สินถึงจำนวนหนึ่งยังสามารถกู้ยืมเงินจากธนาคารได้” ความคิดของจ้าวโก้วแล่นอย่างรวดเร็ว “ข้าอยากให้ท่านตั้งห้างการค้าเช่นนี้ขึ้นในอิงเทียนฝู่ รับขนส่งสินค้าระหว่างตงจิงกับอิงเทียนฝู่โดยเฉพาะ”
“ท่านอ๋อง เรื่องนี้มีผู้คนทำกันอยู่มากแล้ว เกรงว่าจะทำกำไรได้ไม่เท่าใดพ่ะย่ะค่ะ”
จ้าวโก้วกล่าวว่า “ต่อไปคนเหล่านั้นจะทำเช่นนี้ไม่ได้อีก”
“เพราะเหตุใดพ่ะย่ะค่ะ?”
“เมื่อสองปีก่อนหวังจงหวังก็ให้ลงทะเบียนห้างการค้าทั้งหมดในตงจิงแล้ว ยามนี้ฝ่าบาทมีพระประสงค์จะจัดระเบียบห้างการค้าใหม่ให้ทั่วถึง หากไม่มีหลักฐานรับรองห้างการค้าใหม่ การค้าขายนั้นถือว่าผิดกฎหมาย เมื่อถูกจับได้จะถูกยึดทรัพย์สินทั้งหมด”
