รุ่งเช้าวันถัดมา เกาชิวก็ไปรออยู่ด้านนอกตำหนักเหวินเต๋อแต่เช้าตรู่
“อะไรนะ! อ๋องผู่กลัวความผิดจนฆ่าตัวตายแล้วหรือ!” จ้าวหนิงตกตะลึง ราวกับไม่รู้เรื่องนี้มาก่อนเลย
โธ่เอ๋ย เหตุใดอ๋องผู่จึงคิดสั้นเช่นนี้!
เรื่องนี้แพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว
หลี่กงเยี่ยนผู้ดำรงตำแหน่งเจ้าสำนักจงเจิ้งกำลังเตรียมเข้าเฝ้าฮ่องเต้เพื่อกราบทูลเรื่องอ๋องผู่ แต่กลับได้ยินว่าอ๋องผู่ผูกคอตาย จึงถึงกับงุนงงไปชั่วขณะ
ในเมื่อกลัวความผิดจนฆ่าตัวตาย ก็หมายความว่าอ๋องผู่ยอมรับความผิดทั้งหมดแล้วสินะ?
เช่นนี้ก็จัดการได้ง่ายขึ้น ใช้กรณีของอ๋องผู่เป็นตัวอย่าง แล้วจัดระเบียบเชื้อพระวงศ์เสีย!
สองวันต่อมา ทรัพย์สินของอ๋องผู่ก็ถูกตรวจสอบจนพบทั้งหมด
รวมแล้วหนึ่งล้านก้วน มากกว่าที่ประเมินไว้ก่อนหน้าถึงสามแสนก้วน
ที่สำคัญที่สุดคือ อ๋องผู่มีที่นาทั้งหมดหนึ่งแสนหมู่!
เรื่องนี้ทำให้จุดสนใจของปัญหาหันมารวมอยู่ตรงนี้ทันที
เอาละ บัดนี้มีเงินเพิ่มขึ้นสามแสนก้วน เงินก็ใกล้จะเข้าคลังแล้ว
เช่นนั้นก็จ่ายเบี้ยหวัดเถิด
เริ่มจากจ่ายเบี้ยหวัดให้กองทัพทั้งหมดก่อน
จากนั้นค่อยจ่ายเบี้ยหวัดขุนนาง โดยเริ่มจากขุนนางในเมืองไคเฟิง
จ้าวหนิงกวาดตามองเบี้ยหวัดที่ฮู่ปู้รายงานมาแล้วก็สบถในใจ แค่เมืองไคเฟิงแห่งเดียวก็ต้องจ่ายออกไปถึงหนึ่งล้านก้วน!
ขุนนาง: ทรราช! พระองค์เหยียบย่ำชีวิตผู้คน พระองค์เป็นทรราช!
จ้าวหนิง: มาเถิด จ่ายเบี้ยหวัด!
ขุนนาง: ฝ่าบาททรงพระปรีชายิ่งแล้ว! ฝ่าบาททรงพระปรีชายิ่งแล้ว!
ปัญหาเงินขาดมือที่เร่งด่วนเบื้องหน้าคลี่คลายลงในที่สุด ทว่าเงินที่อยู่ในมือก็เหลือไม่มากแล้วเช่นกัน
เงินห้าล้านกว่าก้วนนี้พอรับมือได้สองเดือน หลังจากนั้น รายรับจากภาษีของแต่ละพื้นที่น่าจะเก็บเข้ามาได้แล้วกระมัง!
วันที่สิบแปดเดือนห้า จ้าวหนิงขี่ม้า สวมเกราะ นำเหล่าปันจื๋อแห่งกองบัญชาการหน้าตำหนักออกจากวังหลวงตั้งแต่เช้าตรู่
ไปคอยอยู่ห่างจากตัวเมืองสามสิบลี้
คอยผู้ใด?
แน่นอนว่าคอยจงเจ๋อ
ยามสาย จงเจ๋อข้ามแม่น้ำหวงเหอมาถึงเมืองหลวง
เขาเห็นธงหลากสีโบกสะบัดอยู่เบื้องหน้าแต่ไกล
