จ้าวโก้วยังคงอยู่ในระหว่างทำความเข้าใจเรื่องนี้
จ้าวหนิงกล่าวว่า “เรื่องนี้อาจเริ่มลงมือจากสำนักเหวินซือในสังกัดสำนักไท่ฝู่ได้ ให้ปฏิรูปสำนักเหวินซือจากภายใน คนงานทุกคนต้องลงนามในสัญญากับห้างการค้าแห่งใหม่ พร้อมระบุเงินเดือนรายเดือนให้ชัดเจน”
“เช่นนั้นมิกลายเป็นความวุ่นวายหรือพ่ะย่ะค่ะ?”
“จะวุ่นวายได้อย่างไร?”
“กระหม่อมยังนึกคำตอบไม่ออกพ่ะย่ะค่ะ”
สิ่งที่จ้าวโก้วอยากกล่าวคือ นางกำนัลที่ทำงานทอผ้าในสำนักเหวินซือมีสถานะพึ่งพิงพระราชวังในความสัมพันธ์ทางสังคม
แต่หากจ้าวหนิงผลักดันสัญญาของห้างการค้าแห่งใหม่ ความสัมพันธ์ทางสังคมระหว่างนางกำนัลกับสำนักเหวินซือก็จะเปลี่ยนแปลงไป
จากการพึ่งพิงกลายเป็นการว่าจ้าง
แล้วการทำเช่นนี้มีข้อดีอย่างไร?
ย่อมช่วยเพิ่มแรงจูงใจในการทำงานของคนในสำนักเหวินซือ และยกระดับประสิทธิภาพการผลิตได้อย่างมาก
จ้าวหนิงครุ่นคิดว่า ในเมื่อธุรกิจสินเชื่อเกษตรของธนาคารดำเนินไปได้ด้วยดี ก็แสดงว่าระบบบริหารภายในธนาคารเริ่มสมบูรณ์ขึ้นแล้ว
เช่นนั้นก็อาจลองปล่อยสินเชื่อทางการค้าที่ซับซ้อนยิ่งขึ้นได้
เรื่องนี้ย่อมส่งเสริมการพาณิชย์อย่างมหาศาล
ทว่าด้วยข้อจำกัดด้านการก่อสร้างสาธารณูปโภคของต้าซ่ง การพัฒนาสินเชื่อการค้าจึงจำเป็นต้องค่อยเป็นค่อยไป เริ่มจากการทดลองดูก่อน
หากอาศัยโอกาสนี้จัดตั้งองค์กรทางสังคมที่เป็นระบบระเบียบเช่นบริษัทขึ้นมาได้ ก็ย่อมเป็นการยกระดับระบบระดมกำลังภายในต้าซ่งอย่างรอบด้าน
ถึงเวลานั้น อย่าว่าแต่การทำลายซีเซี่ยเลย แม้แต่การส่งกำลังบำรุงเพื่อปราบแคว้นจินก็อาจไม่เป็นปัญหา กระทั่งการตีโครยอให้ราบคาบก็คงไม่ยาก
ส่วนการกู้คืนซีอวี้ บางทีอาจเป็นเพียงเรื่องของเวลาเท่านั้น
